เบลนด์ใบชา จนไม่ได้นอน
พยายามตามหาใบชาจากทั่วทุกไร่ จนได้ใบชาที่ผสมกันแล้วไม่โดดไป แต่ได้ความเข้ม หอม และใช่ค่ะ เน้นดื่มเพิ่มเอนเนอร์จี้
ถ้าเสิร์ชคำว่า “ใบชา” แล้วงงว่าจะเริ่มยังไง เราเคยเป็นเหมือนกันค่ะ ช่วงหนึ่งอยากได้ชาที่ “เข้ม หอม ดื่มแล้วตาสว่าง” เลยลองไล่ชิมหลายไร่หลายแหล่ง สุดท้ายมาจบที่การทำ “ใบชาสูตรเบลนด์” ของตัวเอง เพราะใบชาบางตัวเด่นกลิ่นมากแต่รสบาง บางตัวขมแน่นแต่กลิ่นไม่พุ่ง พอเบลนด์ให้บาลานซ์กันจะได้ถ้วยที่กลมกว่าและดื่มเพลินกว่า วิธีเลือกใบชาที่เราชอบ (แบบง่ายๆ) 1) เลือก “โทนกลิ่น” ก่อน: อยากได้หอมคั่ว หอมดอกไม้ หรือหอมหวานแบบชาไทย ถ้าชงแล้วอยากได้กลิ่นชัดๆ ให้มองหาใบชาที่มีโน้ตหอมเด่นเป็นฐาน 1 ตัว 2) เลือก “โทนความเข้ม/บอดี้”: ถ้าชอบเข้ม ให้เพิ่มใบชาที่ให้บอดี้แน่นอีก 1 ตัว (ชงแล้วสีเข้ม รสหนักขึ้น) 3) ปรับ “ความฝาด/ขม”: ใบชาบางแบบให้ความฝาดปลายลิ้น ถ้าไม่ชอบให้ลดสัดส่วนลง หรือผสมใบชาที่นุ่มลงมาช่วย ทริคที่ช่วยให้ใบชาหอมขึ้น: คั่วไฟอ่อน เราเคยเห็นคำแนะนำประมาณว่า “คั่วด้วยไฟอ่อนจนได้กลิ่นหอม” เลยลองทำตามกับใบชาบางล็อต ผลคือกลิ่นมันฟุ้งขึ้นจริง แต่ต้องใจเย็นมากๆ คั่วไฟอ่อนและคนตลอด พอได้กลิ่นหอมชัดแล้วรีบยกลง พักให้คลายร้อนก่อนเก็บ (ถ้าคั่วแรงไปจะไหม้ กลิ่นขมขึ้นทันที) แนวทางชงให้ได้ความเข้มแบบชาไทย - ใช้น้ำร้อนจัด (ประมาณ 90–95°C) จะดึงกลิ่นและความเข้มออกมาได้ดี - แช่ให้นานขึ้นนิด (เช่น 4–6 นาที) แต่ถ้าฝาดมากให้ลดเวลาแทนการลดใบชา - ถ้าทำชาเย็น/ชาไทย: ชงให้เข้มกว่าปกติ แล้วค่อยเติมนม/น้ำตาล/น้ำแข็ง รสจะไม่จาง ข้อควรระวังเรื่อง “ดื่มแล้วไม่ได้นอน” ใบชามีคาเฟอีนจริง โดยเฉพาะชงเข้มๆ หรือดื่มหลายแก้ว เราเลยตั้งกติกาส่วนตัวว่า ถ้าจะเอาไว้เพิ่มเอนเนอร์จี้ให้ดื่มช่วงเช้าถึงบ่ายต้นๆ และหลีกเลี่ยงหลังบ่ายสาม (ไม่งั้นมีสิทธิ์ตาค้าง) สุดท้ายการหา “ใบชาที่ใช่” สำหรับเรา คือเจอเบลนด์ที่รสไม่โดด แต่ได้ความเข้มและกลิ่นหอมแบบที่ชอบ ใครอยากลองเริ่มจาก 2 ตัวก่อนก็ได้ แล้วค่อยๆ ปรับสัดส่วนจนเจอสูตรประจำของตัวเองค่ะ