กระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์โจมตีอิหร่านช่วงเช้าวันนี้ และให้คำมั่นว่าจะ "ไม่ปล่อยให้การรุกรานใดๆ ผ่านไปโดยไม่ตอบโต้" หลัง "สหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง"

"การกระทำที่ก้าวร้าว ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่โดยมีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ได้เผยให้เห็นถึงเจตนาที่ไม่สุจริตและการละเมิดคำมั่นสัญญาของระบอบการปกครองของสหรัฐฯ ต่อประชาชนอิหร่านอีกครั้ง"

.

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศ

เกี่ยวกับการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจนโดยสหรัฐอเมริกา

• กองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเป็น “กองทัพก่อการร้าย” ยังคงดำเนินการที่ผิดกฎหมายและไร้ความชอบธรรม นับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2026 (19 ฟัรวาร์ดิน 1405) โดยเฉพาะผ่านปฏิบัติการละเมิดสิทธิ์ทางทะเลหลายครั้งต่อเรือพาณิชย์ของอิหร่านตลอดช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างโจ่งแจ้ง

• การก่อเหตุรุกรานเหล่านี้ ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมกับกระบวนการทางการทูตที่มีปากีสถานเป็นตัวกลาง ได้เปิดโปงเจตนาร้ายและความไม่จริงใจของฝ่ายผู้มีอำนาจปกครองของสหรัฐฯ ต่อประชาชนอิหร่าน ประชาชนในภูมิภาค และประชาคมระหว่างประเทศ

• กระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำอันเป็นการรุกรานเหล่านี้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อข้อ 2 วรรค 4 ของกฎบัตรสหประชาชาติ ตลอดจนข้อตกลงหยุดยิงลงวันที่ 8 เมษายน 2026 (19 ฟัรวาร์ดิน 1405) และถือว่าสหรัฐฯ ต้องรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นจากการกระทำอันเป็นการรุกรานดังกล่าว

• สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะไม่ปล่อยให้การกระทำอันเป็นการรุกรานใด ๆ ผ่านไปโดยปราศจากการตอบโต้ และจะไม่แสดงความลังเลแม้แต่น้อยในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน

5/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัวในการติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง การละเมิดข้อตกลงหยุดยิงเช่นนี้มักก่อให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงและซับซ้อนต่อความมั่นคงของภูมิภาค กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านได้ใช้ถ้อยคำประณามการกระทำรุกรานของกองทัพสหรัฐฯ อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมาที่เกิดเหตุละเมิดสิทธิ์ทางทะเลต่อเรือพาณิชย์ของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นกรณีที่ชัดเจนของการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง อย่างไรก็ดี กระบวนการทางการทูตที่มีปากีสถานเป็นตัวกลางยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการลดความขัดแย้งผ่านวิธีการเจรจา แม้ว่าความไม่ไว้วางใจต่อฝ่ายสหรัฐฯ จะยังคงมีอยู่ในระดับสูงก็ตาม สำหรับตัวผู้เขียนเอง การติดตามสถานการณ์นี้เตือนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการรักษาสันติภาพในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะเมื่อข้อตกลงสำคัญถูกละเมิด อิหร่านยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่ยอมให้การรุกรานเหล่านี้ผ่านไปโดยไม่มีการตอบโต้ และมุ่งมั่นที่จะปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนอย่างเต็มที่ ดังนั้นในฐานะผู้ที่สนใจเรื่องภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคง การติดตามข่าวสารเหล่านี้ช่วยเพิ่มความเข้าใจถึงความซับซ้อนของการเมืองโลก และส่งเสริมความตระหนักรู้ถึงการทำงานขององค์กรระหว่างประเทศ เช่น สหประชาชาติ ที่ต้องรับผิดชอบต่อข้อท้าทายดังกล่าวอย่างจริงจัง