ไมค์ดีแค่ไหนก็แพ้เสียงสภาพแวดล้อมOffice …ใครมีวิธีรับมือบ้างคะ?

เรื่องนี้อยากมาระบาย และขอคำแนะนำจากคนที่เจอเหมือนกันหน่อยค่ะ 🥹

เราทำงานสายการตลาด / Creator Editor นั่งทำงานรวมกับหลายคนในออฟฟิศ ตึก5ชั้น ทำงานในห้องหันหน้าชนกัน จะมีบางฝ่ายมีลำโพงตัวเป้งของแต่ละคนเปิดชนกันไปมา 🥹😂คนคุยวอแว เจ๊าะแจ๊ะ ฟีลเหมือนโรงทาน 😅

ตอนบ่ายสามจะดีขึ้นหน่อยเพราะบางคนออกไปหน้างาน ลดลำโพงเหลือแค่ตัวเดียว แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่

สภาพห้องไม่ได้แคบที่เป็นการจัดระเบียบไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ แทบไม่มีพื้นที่เป็นเซฟโซนสำหรับทำงานจริงจัง เคยพยายามทำงานที่ต้องใช้เสียงหรือตัดต่อ ออกมาจากโต๊ะตัวเองบ้าง แล้วขึ้นไปบนดาดฟ้า แต่ก็ร้อน บางทีต้องทนกลิ่นบุหรี่คนอื่น หรือเสียงแทรกจากคนอื่นคุยโทรศัพท์ เคยมีห้องเล็กๆที่ได้รับมาให้ถ่ายงานได้ ก็มารีโนเวทง่ายๆกันเอง แต่ก็แคบเกินจะทำงานได้จริง เพราะแค่่วางอุปกรณ์ก็แน่นแล้วมันลำบากไปหมด แก้ปัญหาโดยการต้องถ่ายที่บ้านหัวหน้า ไม่ก็บ้านตัวเองตลอด เห้อ ชีวิตมนุษย์เงินเดือนของเราก็จะดำเนินประมาณนี้ค่ะ

ง่าย ๆ คือ เรามีพื้นที่ทำงานจริง ๆ แค่บนโต๊ะตัวเอง แล้วสุดท้ายก็ต้องกลับมาพากย์เสียงหรือแก้ตัดต่อที่บ้านตอนดึก…

บางวันรู้สึกเลยว่า ชีวิตนี้งานกินไป 90% ส่วนชีวิตส่วนตัวเหลือแค่ 10% 😅

เราลงทุนไมค์อัดเสียงตัดเสียงรบกวนดี ๆ แต่ก็สู้สภาพแวดล้อมไม่ได้เลย หูล้า สมองล้า ต้องอุดหูฟังตลอดเวลาเพื่อทนเสียงรบกวน แต่ก็ยังต้องใช้สมองแยกเสียงเวลาแก้ตัดต่ออีก

ใครมีวิธีรับมือกับสภาพแวดล้อมทำงานรวมหลายคนแบบนี้บ้างคะ?

หรือมีเทคนิค / อุปกรณ์ช่วยให้ทำงานได้สบายขึ้น แยกเสียงแยกสมาธิได้บ้าง 🫶

#ประสบการ์ณทำงาน #ระบาย #ขอคำแนะนำ #ชีวิตCreator#ฟังตอนทำงาน

กรุงเทพมหานคร
2025/8/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมในยุคที่หลายคนต้องทำงานในออฟฟิศเปิดหรือพื้นที่ทำงานรวมแบบ Open Plan Office สภาพแวดล้อมเสียงรบกวนถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคนรู้สึกเครียดและประสิทธิภาพการทำงานลดลง โดยเฉพาะกับคนที่ต้องทำงานเกี่ยวกับเสียง เช่น Creator, Editor หรือคนทำการตลาดที่ต้องใช้ความคิดและสมาธิสูงในการตัดต่อเสียงหรือบันทึกเสียง เพื่อรับมือกับเสียงรบกวนในออฟฟิศ นอกจากการใช้อุปกรณ์ที่ช่วยลดเสียงอย่างไมค์ตัดเสียงรบกวนหรือหูฟังเกรดดีแล้ว ยังมีวิธีการอื่น ๆ ที่สามารถลองปรับใช้ได้เพื่อช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น เช่น 1. การสร้างพื้นที่ส่วนตัวแม้ในโซนทำงานรวม เช่น การตั้งฉากกั้นเล็ก ๆ บนโต๊ะ หรือใช้แผ่นโฟมซับเสียงบริเวณรอบโต๊ะทำงานเพื่อลดเสียงสะท้อน 2. การใช้เทคนิค Pomodoro หรือแบ่งเวลาออกเป็นช่วงสั้น ๆ เพื่อโฟกัสและพักเบรกเป็นระยะ ลดความล้าในการโฟกัสสมาธิในสภาพแวดล้อมเสียงวุ่นวาย 3. การสื่อสารกับทีมงานในออฟฟิศ เพื่อสร้างกติกาหรือความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการใช้เสียงหรือการเล่นลำโพงในพื้นที่ทำงาน เพื่อช่วยลดเสียงรบกวนไม่จำเป็น 4. เลือกเวลาทำงานที่สงบที่สุด เช่น ช่วงบ่ายสามที่ผู้คนออกไปหน้างาน เหมือนที่ผู้เขียนบทความพบว่าในช่วงเวลานี้เสียงลดลงบ้าง อาจวางแผนทำงานที่ต้องโฟกัสเสียงสูงในช่วงนี้ 5. ใช้แอปพลิเคชันช่วยกรองเสียง หรือเปิดเพลงบรรเลงคล้ายเพลงบรรเลงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเสียงรบกวนรอบข้าง โดยควรเลือกเสียงที่ไม่รบกวนการทำงาน 6. สำหรับการแก้ไขตัดต่อเสียง ควรมีพื้นที่หรือเวลาทำงานนอกออฟฟิศ เช่น ที่บ้านหรือสตูดิโอที่เหมาะสม เพื่อความคมชัดของเสียงและสมาธิที่ดีกว่า สุดท้ายแล้ว การจัดการสภาพแวดล้อมทำงานอย่างเหมาะสมไม่ใช่เรื่องง่ายในหลายองค์กร เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การออกแบบพื้นที่ ทำเลที่ตั้ง และวัฒนธรรมองค์กร แต่การมีการพูดคุยร่วมกันเพื่อปรับปรุงจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ และการหาวิธีส่วนตัวช่วยรับมือกับเสียงรบกวนเหล่านี้ จะช่วยให้ผู้ทำงานอยู่รอดและมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น แม้ว่าจะต้องทำงานในออฟฟิศที่เสียงครึกโครมก็ตาม