Automatically translated.View original post

LinkedIn identity confirmed ✅✨

1/23 Edited to

... Read moreใครกำลังจะ “ยืนยันตัวตน LinkedIn” แล้วงง ๆ ว่าต้องเตรียมอะไรหรือทำไมขึ้นว่า verify ไม่ผ่าน อันนี้เป็นขั้นตอนและทริคจากประสบการณ์ที่ทำเอง (ระบบจะพาไปยืนยันผ่าน Persona เพื่อขอเพิ่ม verification badge ในโปรไฟล์) สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเริ่ม - มือถือที่เปิด NFC ได้ (Android ส่วนใหญ่มี / iPhone ก็มี NFC) - พาสปอร์ตที่มีชิป (e-Passport) และยังไม่หมดอายุ - ชื่อ-นามสกุลใน LinkedIn ต้องตรงกับพาสปอร์ต (ตัวสะกดภาษาอังกฤษต้องเหมือนกัน) ขั้นตอนคร่าว ๆ ในแอป LinkedIn 1) เข้าเมนู Verification / Add verification badge แล้วกดเริ่ม (Verify with Persona) 2) เลือกประเทศที่ออกเอกสาร (เช่น Thailand) 3) อ่านและกดยอมรับเงื่อนไข จากนั้นทำตามหน้าจอ 4) ถ่ายรูปหน้าพาสปอร์ตให้ชัด (ถ่ายในที่แสงดี ไม่สะท้อน ไม่เบลอ) 5) ระบบจะให้ตรวจข้อมูลพาสปอร์ต (ชื่อ/นามสกุล/เลขเอกสาร) ให้ตรง 100% 6) เข้าขั้นตอนสแกนชิป NFC ในพาสปอร์ต (ส่วนที่หลายคนติด) 7) ทำ selfie ตามที่ระบบบอก (หันหน้า/มองซ้ายขวา) แล้วรอผล ชิปพาสปอร์ตอยู่ตรงไหน? พาสปอร์ตแบบมีชิปจะมีสัญลักษณ์ชิป (เหมือนสี่เหลี่ยมมีเส้น) อยู่ที่ปกหน้าหรือปกหลัง แต่ “ตำแหน่งชิป” จริง ๆ มักฝังอยู่บริเวณปกหน้า/ปกหลัง หรือหน้าใส่รูป (photo page) แล้วแต่เล่มและรุ่น ดังนั้นถ้าหาไม่เจอไม่ต้องตกใจ ให้ลองวางพาสปอร์ตบนพื้นเรียบ แล้วค่อย ๆ เลื่อนมือถือไปช้า ๆ แถวปก/หน้าใส่รูปจนเครื่องเริ่มอ่าน ทริคสแกน NFC ให้ติด (แก้ LinkedIn ยืนยันตัวตนไม่ได้แบบฮิต ๆ) - เปิด NFC ในเครื่อง และปิดโหมดประหยัดพลังงาน - ถอดเคสหนา ๆ/ที่มีแม่เหล็ก (MagSafe บางแบบ) เพราะรบกวนการอ่าน - วางพาสปอร์ตบนโต๊ะ อย่าถือไว้ลอย ๆ แล้วค่อยวางมือถือแนบ ๆ - ขยับ “ช้า ๆ” และพอขึ้น Reading/Authenticating ให้ “หยุดนิ่ง” 5–10 วินาที - ถ้าขึ้น Lost connection มักเกิดจากยกมือถือออกเร็วไป ให้เริ่มใหม่แล้วกดค้างตำแหน่งเดิมนานขึ้น - ลองสลับเปิด-ปิด Airplane mode หรือสลับ Wi‑Fi/เน็ตมือถือ ถ้าหน้า verify ค้าง เช็กลิสต์สุดท้ายก่อนกดยืนยัน - ชื่อใน LinkedIn ตรงกับพาสปอร์ต (รวมเว้นวรรค/ขีดกลาง) - รูปเอกสารชัด ไม่ตัดขอบ ไม่สะท้อน - ทำตอนเน็ตนิ่ง ๆ และมีแสงพอ ทำครบแล้วโดยปกติจะกลับเข้า LinkedIn และขึ้นสถานะยืนยันสำเร็จ พร้อมแสดง verification badge ในโปรไฟล์ ถ้ายังไม่ผ่าน ลองเปลี่ยนเครื่องที่ NFC แรงกว่า หรือทำซ้ำในที่สัญญาณนิ่ง ๆ อีกครั้งจะผ่านง่ายขึ้น