อากาศยานไร้คนขับของกองทัพเรือ
อากาศยานไร้คนขับ Schiebel CAMCOPTER® S-100 ของกองทัพเรือไทย (ทร.) คือโดรนปีกหมุนขึ้น-ลงทางดิ่ง (VTOL) ที่ผลิตประเทศออสเตรีย มีหน้าที่หลักในการตรวจการณ์ ลาดตระเวน ค้นหาและกู้ภัย และสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ
## 1. ข้อมูลทั่วไปและการจัดหา
* สังกัดกองทัพเรือ: ประจำการที่ ฝูงบิน 104 กองบิน 1 กองการบินทหารเรือ
* จำนวนจัดหา: กองทัพเรือไทยจัดหารวมทั้งหมด 4 ระบ บ (รวมประมาณ 12 ลำ)
* ระยะที่ 1 (ปี 2019): จัดหาจำนวน 2 ระบบ เริ่มส่งมอบและประจำการในปี 2020
* ระยะที่ 2 (ปี 2021-2022): จัดหาเพิ่มอีก 2 ระบบ วงเงินราว 556 ล้านบาท เพื่อขยายขีดความสามารถให้ครอบคลุมพื้นที่อ่าวไทยและอันดามัน
## 2. ขีดความสามารถและสมรรถนะ
* รัศมีปฏิบัติการ: สูงสุดประมาณ 100 กิโลเมตร (54 ไมล์ทะเล) จากจุดส่งบิน
* ระยะเวลาบิน: สามารถบินได้นานต่อเนื่องถึง 5 ชั่วโมง
* เพดานบินสูงสุด: ทำการบินได้สูงสุดที่ 12,000 ฟุต
* จุดเด่น (VTOL): ขึ้น-ลงในแนวดิ่งเหมือนเฮลิคอปเตอร์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ทางวิ่ง (Runway) สามารถบินขึ้นและลงจอดบนดาดฟ้าเรือรบหลวงขนาดใหญ่ได้โดยตรง เช่น เรือหลวงจักรีนฤเบศร, เรือหลวงอ่างทอง หรือเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์
* ระบบตรวจการณ์: ติดตั้งระบบกล้องตรวจการณ์ระยะไกล L3Harris WESCAM MX-10 ที่มีทั้งระบบตรวจจับความร้อน (IR) และ กล้องออปติคอล (EO) สามารถทำงานได้ดีทั้งกลางวันและกลางคืน
## 3. พื้นที่วางกำลังและภารกิจสำคัญ
* การวางกำลัง: กระจายอยู่ตามพื้นที่ยุทธศาสตร์ชายฝั่งทะเลและเกาะต่าง ๆ เช่น:
* อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
* กองการบินทหารเรือ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
* หน่วยปฏิบัติการพื้นที่ 491 เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล
* ภารกิจหลัก: ใช้ในการลาดตระเวนชายฝั่ง, การป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทะเล, การคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการค้นหาผู้ประสบภัย โดยเคยมีบทบาทสำคัญในภารกิจบินลาดตระเวนค้นหาผู้ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือหลวงสุโขทัยอับปาง ณ ฐานปฏิบัติการท่าเรือบางสะพานและชุมพร
หากคุณต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามเกี่ยวกับ ระบบควบคุมภาคพื้นดิน หรือ การทำงานร่วมกับเรือรบไทย ลำอ ื่น ๆ ได้ครับ
หลายคนที่ค้นหา “WESCAM MX-10” มักอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร และทำไมถึงถูกเลือกไปติดกับอากาศยานไร้คนขับอย่าง Schiebel CAMCOPTER® S-100 ของกองทัพเรือไทย สำหรับผม ถ้าอธิบายให้เข้าใจเร็วที่สุด WESCAM MX-10 คือ “ชุดกล้องตรวจการณ์แบบไจโรทรงตัว (gimbal) ระยะไกล” ที่ทำให้โดรนหรืออากาศยานสามารถมองเห็น/ติดตามเป้าหมายได้คมและนิ่ง แม้ตัวอากาศยานจะสั่นหรือบินในสภาพลมแรง จุดเด่นที่คนสนใจคือ MX-10 เป็นระบบกล้องที่รวมทั้ง EO (กล้องภาพสี/แสงปกติ) และ IR (กล้องความร้อน) ไว้ด้วยกัน ทำให้การใช้งาน “กลางวัน-กลางคืน” ต่อเนื่องได้จริง เช่น ตอนกลางวันใช้ EO ซูมดูรายละเอียดเรือ/วัตถุลอยน้ำ พอกลางคืนหรือมีหมอกควันก็สลับไปใช้ IR เพื่อหาแหล่งความร้อน อย่างคนที่ลอยคอ ชูชีพ หรือเครื่องยนต์เรือที่ยังอุ่นอยู่ ซึ่งเข้ากับภารกิจของ ทร. ทั้งการลาดตระเวนชายฝั่ง ป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทะเล และค้นหาและกู้ภัย อีกอย่างที่มักเป็นเหตุผลหลักของการเลือกใช้คือ “ความนิ่งและความแม่นในการติดตาม” เพราะชุด gimbal จะช่วยชดเชยการส่ายของอากาศยาน ทำให้ภาพไม่แกว่งจนใช้งานจริงไม่ได้ เวลาเฝ้าติดตามเรือเป้าหมายหรือกวาดพื้นที่ค้นหาผู้ประสบภัย ความนิ่งของภาพสำคัญมาก โดยเฉพาะเมื่อ S-100 ต้องทำงานบนทะเลที่สภาพอากาศเปลี่ยนเร็ว ถ้าโยงกับการใช้งานบน S-100 แบบที่ผมสังเกตจากแนวทางภารกิจของโดรน VTOL คือมันช่วยให้ “บินขึ้นจากเรือรบแล้วไปยืนเฝ้าพื้นที่” ได้ โดยไม่ต้องเอาเรือใหญ่เข้าไปเสี่ยงหรือเสียเวลาอ้อมเข้าใกล้ จุดนี้ทำให้ WESCAM MX-10 กลายเป็นเหมือนดวงตาระยะไกลของกำลังทางเรือ ช่วยทั้งงานข่าวกรองภาพ (ISR) และงาน SAR ในสถานการณ์จริง คำแนะนำสำหรับคนที่กำลังหาข้อมูล MX-10 แบบเจาะลึก: เวลาดูสเปกหรือข่าวจัดหา ให้สังเกตคำว่า EO/IR, gimbal stabilization, และการทำงานร่วมกับระบบส่งข้อมูล (datalink) เพราะต่อให้กล้องดีแค่ไหน ถ้าการส่งภาพกลับสถานีควบคุมภาคพื้นดินไม่เสถียร ประสิทธิภาพในภารกิจจริงก็จะลดลงเยอะ สุดท้ายมีทริกเล็ก ๆ ในมุมผู้ใช้งาน/ผู้ชม: หากเจอภาพหรือป้ายเตือนบนตัวอุปกรณ์ประมาณ “DO NOT TOUCH” ก็ไม่แปลกครับ อุปกรณ์สายตรวจการณ์พวกนี้มักมีส่วนที่ละเอียดอ่อนและต้องคุมความสะอาด/การปรับตั้งสูงมาก แตะหรือขยับผิดจุดอาจทำให้ศูนย์เล็งเพี้ยนได้ ถ้าคุณอยากให้ผมขยายต่อ ผมทำได้ทั้งเรื่อง “MX-10 ต่างจากรุ่นอื่นอย่างไร”, “การใช้ EO/IR ในภารกิจค้นหาในทะเลควรตั้งค่าประมาณไหน”, หรือ “การทำงานร่วมกับเรือรบ/สถานีควบคุมภาคพื้นดินโดยภาพรวม”













































❤️