ตัวเดียวเอาอยู่ อีกแล้ว…

สวัสดีค่าทุกคน ห่างหายจากการรีวิวไปนาน

พอดีไปแอบเป็นคุณแม่มาค่ะ ด้วยร่างกายไม่ค่อยปกติ ไม่สบายตัว แพ้ท้อง อ่อนเพลีย…

ก็เลยเงียบไปเลยค่ะ 🥹😅

แต่วันนี้อยากมาแนะนำ serum (ที่เรารู้สึกว่า ตัวเดียว ครบจบอีกแล้วค่ะ) มีโอกาสไปญี่ปุ่นมาเมื่อช่วงเมษายนค่ะ เลยได้สอย Elixir มาลองใช้ (แบบไม่ได้ทำการบ้านอะไรเลย) ส่วนตัวสอยมา 2 items คือ serum ตัวนี้ และกันแดดที่โด่งดัง (ไม่อยากจะรีวิวเลย ตัวกันแดด มันดีเกินจนต้องหาซื้อแพ็ค3หลอดมาใช้)

กลับมาที่ Elixir design time serum กันก่อนนะคะ ทำไมถึงชอบ (ชอบไม่แพ้กันแดด)

1. พกง่าย (ช่วงนี้ไปมาหลายบ้าน พกง่าย ไม่หก ไม่ยม ไม่เลอะ แพ็คเกจดีเว่อร์ตามสไตล์ญี่ปุ่น)

2. เนื้อ serum คือดีงาม ไม่เมือก ไม่มัน ชุ่มชื่นกำลังดี (เคยใช้ครีมที่ทาแล้ว บนปากเป็นเมือกๆ แบบรู้สึกครีมไม่ซึมมั๊ย? Serum ตัวนี้ไม่มีความรู้สึกนั้น) ทาแล้วซึมลงไปเลย เหงื่อออกก็ไม่ยม แถมเปล่งปลั่งด้วย งง ไม่หมองเลย

3. แต่งหน้าต่อไม่เมือก *แต่เราทา serum ต่อด้วยกันเเดดของ elixir นะคะ ถึงกล้าการันตีว่ามันดี… มันคือ combinationที่ดีมากกกก

4. ไม่หอม ไม่เหม็น ฟีลกู๊ด (ตอนท้องก็ใช้ เเล้วคือทำไรกับหน้าไม่ได้ ใช้ตัวนี้แล้วไม่แย่ไปกว่าเดิม ดีแบบปลื้มมาก)

5. หน้าไม่ลอก ไม่มัน รู้สึกว่า barrier แข็งแรง ฮอร์โมน(คนท้อง)ไม่ปกติ ตัวนี้ยังช่วยได้สำหรับเรา

6. ราคาไม่แรง มีรีฟิลซื้อมาใช้ได้ตามรูป (แล้วแต่กำลังค่ะ ข้อนี้…)

ข้อเสีย

เอาจริง ยังหาไม่เจอ อาจจะกระปุกหนักหน่อยมั้ง material มันดีอ่ะ เเล้วก็ราคา ถ้าไม่ได้ซื้อจากญี่ปุ่นก็พันกว่า แต่ซื้อจากนู้นราคาก็ดร้อป ถ้าใช้ไม่ระวังก็หมดเร็ว 555

ปล. รุ่นนี้ราคาไม่แรงกว่าอีกรุ่น ซึ่งอีกรุ่นราคาแรงกว่านี้ และเป็นรุ่นท้อปของแบรนด์ แต่เราใช้อันนี้ก็รู้สึกว่าโอเค ถูกกับหน้าเเล้ว เปล่งปลั่ง เหงื่อออกก็ไม่ยม ไม่หมอง ไม่รู้จะพูดไง… ใครอยากเปลี่ยนครีม ไปลองตัวนี้ก่อนค่ะ 🥰

📍พิกัด: ลิงก์ใต้ bio มีทั้งแบบเติมเเละแบบขวดเซรั่มค่ะ (เราซื้อมาเติมเอา)

#elixirthailand #ป้ายยากับlemon8 #ครีมทาหน้า #serumreview

3/13 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลังจากใช้ Elixir Design Time Serum ต่อเนื่องสักพัก อยากมาเล่า “วิธีใช้ + รีวิวเชิงลึก” เผื่อใครกำลังลังเลว่าจะเหมาะกับผิวตัวเองไหม โดยเฉพาะคนที่มองหาเซรั่มเนื้อสบายผิว ใช้ได้ทั้งเช้า-เย็น และอยากได้งานผิวที่แต่งหน้าต่อแล้วไม่เป็นคราบ วิธีใช้ที่เราชอบ (เช้า/เย็น) - เช้า: ล้างหน้า > (ถ้ามี) โทนเนอร์/เอสเซนส์เบาๆ > Elixir Design Time Serum 1-2 ปั๊ม > กันแดด (เราใช้คู่กับกันแดดแบรนด์เดียวกันแล้วรู้สึกเข้ากันมาก) > เมคอัพ - เย็น: ล้างหน้า > เซรั่ม 1-2 ปั๊ม > ถ้าวันไหนผิวแห้งค่อยปิดด้วยมอยส์เจอไรเซอร์บางๆ ทริคส่วนตัวคือวอร์มเซรั่มบนฝ่ามือก่อนแล้วกด (press) มากกว่าถูแรงๆ จะรู้สึกว่าซึมไวและผิวดูฟูขึ้น ผลลัพธ์ที่สังเกตได้จากผิวเรา - ความชุ่มชื้น: เป็นชุ่มชื้นแบบพอดี ไม่ฉ่ำมัน แต่ผิวดูอิ่มน้ำ - เนื้อสัมผัส: จุดที่ชอบสุดคือ “ไม่เหนียว/ไม่เมือก” แต่งหน้าต่อแล้วฐานไม่ไหล ระหว่างวันไม่ค่อยเยิ้ม - งานผิว: ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นแบบคนพักผ่อนพอ (ทั้งที่จริงไม่ได้พักผ่อนเท่าไร) - เรื่องลอก/เป็นขุย: วันที่ผิวแห้งหรือฮอร์โมนแกว่งๆ เรารู้สึกว่าหน้าไม่ค่อยลอก และผิวดูแข็งแรงขึ้น เรื่องส่วนผสม (ingredients) ควรดูอะไรบ้าง? เราแนะนำให้เช็กลิสต์ตามนี้ก่อนกดซื้อ เพราะแต่ละคนแพ้ไม่เหมือนกัน - ถ้าผิวแพ้ง่าย/เป็นสิวง่าย: ดูว่ามีน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ไหม (ตัวนี้ฟีลไม่หอม ไม่ฉุน แต่ยังไงให้ดูฉลาก/ลิสต์ส่วนผสมของล็อตที่ซื้ออีกที) - ถ้าตั้งครรภ์หรือให้นม: ถ้ากังวลเรื่องสารออกฤทธิ์แรงๆ ให้เลือกสกินแคร์แนวชุ่มชื้น-ปลอบประโลม และลองเทสต์ก่อนใช้จริงเสมอ รีฟิล (refill) ดีจริงไหม + เปลี่ยนยังไงให้ไม่เลอะ ข้อดีของรุ่นนี้คือมี “ขวดรีฟิล” ทำให้ประหยัดและลดขยะด้วย เวลาเปลี่ยนก็ไม่ยาก - หมุนเปิดฝา/ถอดหัวปั๊มออก - ดึงขวดรีฟิลเก่าออก แล้วใส่ขวดรีฟิลใหม่ - ใส่หัวปั๊มกลับและปิดให้แน่น เราชอบที่สติกเกอร์ติดแน่นหนา แพ็กเกจแน่นสไตล์ญี่ปุ่น และก้นขวดออกแบบให้ใช้ได้ค่อนข้างหมด ไม่เหลือติดขวดเยอะ เหมาะกับใคร? - คนที่ไม่ชอบเซรั่มหนักหน้า แต่ยังอยากได้ความชุ่มชื้น - คนแต่งหน้าเป็นประจำและต้องการสกินแคร์ที่ไม่ทำให้เมคอัพเยิ้ม - คนที่อยากได้ตัวเดียวจบๆ และมีตัวเลือกแบบรีฟิล ข้อสังเกตเล็กๆ แพ็กเกจอาจจะดูแข็งแรงเลยมีน้ำหนักนิดนึง และถ้าซื้อในไทยราคาจะสูงกว่าซื้อญี่ปุ่นพอสมควร แต่ถ้าชอบฟีล “ซึมไว ไม่เหนียว ชุ่มชื้นกำลังดี” เราว่าคุ้มลองค่ะ

ค้นหา ·
Elixir ตัวไหนใช้ดี

1 ความคิดเห็น

รูปภาพของ Anochar Ano
Anochar Ano

คนท้องใช้ได้ใช่ไหมคะ