ปิดจบงานปัจฉิมปี 69 💐🎓💗

หลังจากที่แม่ค้าปิดร้านยาวเกือบเดือนเพื่อไปหาประสบการณ์ ออกงานขายของปัจฉิมตามโรงเรียนต่างๆ ปีนี้ปิดไปที่ 19 โรงเรียน ยอดรวม 1xx,xxx ฿ ต้นๆ(ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) ปีนี้ค่อนข้างต่างจากปีที่แล้วมากๆค่ะ หลายโรงเรียนใหญ่ที่คาดว่าจะขายได้เยอะ กลับเงียบมากๆ ไม่เหมือนที่คิดไว้เลย😅บางโรงเรียนค่าที่แรงมาก แต่ยอดขายสวนทางสุดๆ ทั้งค่าน้ำมันรถ ค่ากิน หักลบกันแล้วแทบไม่ได้กำไรก็มี😆 ปีนี้ร้านค้าเยอะมากกกจริงๆค่ะ โรงเรียนนึงไม่ต่ำกว่า 20 ร้าน โรงเรียนที่เคยไปขายเยอะสุดมีเกือบ 50+ ร้านแออัดมากกก

แต่รวมๆก็ถือว่าดีค่ะ ได้ไปเปิดหูเปิดตา ได้ไปเจออะไรใหม่ๆที่ไม่เคยเจอ ได้รู้จักพี่ๆที่เค้าขายมานาน ได้แลกเปลี่ยนกัน ช่วยเหลือกัน ฝึกให้เรารู้จักวางแผนในการไปขายแต่ละที่และได้ทักษะหลายอย่างมากๆ แนะนำใครที่ยังไม่เคยไปขายตามโรงเรียน หากมีโอกาสลองไปเปิดประสบการณ์ดูได้นะคะ เริ่มจากวางขายบนโต๊ะเล็กๆหรือโต๊ะปิกนิก 1 โต๊ะก็ได้ค่ะ เขียนป้ายราคาติดสินค้าทุกตัว เตรียมป้าย QR จ่ายเงินหรือตังทอนให้พร้อม ที่สำคัญอย่าลืมโทรไปสอบถามโรงเรียนที่จะไปขายด้วยนะคะ บางโรงเรียนให้จองที่ขายด้านใน ไม่ให้ขายนอกโรงเรียน อาจต้องจ่ายค่าที่ด้วยค่ะ แนะนำสอบถามรายละเอียดจากทางโรงเรียนก่อนดีกว่าค่ะ เพราะส่วนตัวเคยเจอมา ไปจองที่ไม่ทัน ไม่มีที่ขาย เสียดายมากๆและบางโรงเรียนเก็บค่าที่แพง แต่นักเรียนจบน้อย คนมาน้อยมาก ขายไม่ดีก็มีค่ะ หรือบางโรงเรียนต้องเสี่ยงดวง😉ไปจองที่ มัดเชือกขายหน้าโรงเรียนเอง ระวัง👀จะมีเจ้าถิ่นประจำ อย่าไปตั้งทับที่เค้านะคะ ดังนั้นใครที่อยากไปขาย ลองศึกษาข้อมูลของโรงเรียนก่อน เช่นเป็นโรงเรียนที่มีถึงระดับชั้นอะไร นักเรียนจบกี่คน ค่าที่เท่าไหร่ …

🤍ปล.แม่ค้าอดหลับอดนอนมาก😆 สู้สุดใจ นั่งบิดทั้งวัน จนลืมเก็บภาพบรรยากาศการขายแต่ละโรงเรียนไว้ นึกออกอีกทีก็ใกล้จบงานแล้ววว😅

5/3 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการขายสินค้างานปัจฉิมตามโรงเรียนนั้นเป็นตลาดเฉพาะที่มีความท้าทายหลายอย่างที่ผู้ขายมือใหม่อาจไม่เคยเจอมาก่อน จากประสบการณ์ที่ได้ลงไปขายตามทั้ง 19 โรงเรียนตลอดช่วงงานปัจฉิม แม่ค้าได้เรียนรู้ว่าการเตรียมตัวและวางแผนล่วงหน้ามีความสำคัญมากๆ เช่น การเลือกจุดขายที่เหมาะสม ต้องโทรสอบถามโรงเรียนล่วงหน้า ว่าจะอนุญาตให้ตั้งขายที่ไหนและมีค่าที่เท่าไร เพื่อป้องกันการเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเปล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรเตรียมอุปกรณ์ขายให้พร้อม ตั้งแต่โต๊ะขายเล็กๆ ป้ายราคาชัดเจน และระบบจ่ายเงินสะดวก เช่น QR code การมีตังทอนไว้พร้อมก็ช่วยให้ลูกค้าซื้อของง่ายขึ้น รวมถึงการวางแผนเรื่องต้นทุนก็สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าน้ำมันรถ ค่าอาหาร เพราะบางครั้งยอดขายไม่เป็นไปตามคาด อาจทำให้กำไรแทบไม่เหลือ นอกจากนี้ การสังเกตสภาพตลาดและคู่แข่งก็ช่วยได้มาก ปีนี้พบว่ามีร้านค้าจำนวนมากแข่งกันในโรงเรียนเดียวกัน บางแห่งมีร้านเกือบ 50 ร้าน ซึ่งทำให้ราคาขายบางร้านถูกมากจนสงสัยว่ากำไรจะเหลือหรือไม่ เลยต้องวางกลยุทธ์ เช่น เลือกสินค้าที่แตกต่าง หรือสร้างบรรยากาศน่าซื้อ เช่น การจัดร้านให้สวยงาม มีป้ายที่โดดเด่น สำหรับใครที่อยากเริ่มขายของในงานปัจฉิม แนะนำให้เริ่มจากจำนวนสินค้าน้อยก่อน เช่น โต๊ะเดียว เพื่อทดลองตลาดและฝึกทักษะการขาย คำแนะนำที่ได้รับคือควรเปิดใจเรียนรู้จากพี่ๆ ที่มีประสบการณ์ในวงการนี้ ซึ่งอาจช่วยให้เข้าใจแนวทางและเทคนิคการขายได้ดีขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลช่วยเหลือกัน ทำให้การขายไม่น่าเบื่อและเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ท้ายที่สุดแล้ว แม้ว่าจะเหนื่อยและอดหลับอดนอนกับการนั่งบิดสินค้าทั้งวัน แต่ประสบการณ์นี้ทำให้แง่คิดเรื่องการทำธุรกิจเล็กๆ และการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในชุมชนโรงเรียนได้ลึกซึ้งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มรายได้และหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในการขายสินค้าแบบมืออาชีพ