自動翻訳されています。元の投稿を表示する

目の爪の経験を共有する

傷の初日はとても燃えていました。涙が流れました。爪が十分に深いと感じました。

その夜、シャワーを浴びた後、私たちは傷がつかないように顔を洗おうとしました。エアコンで寝たため、傷口がきつく感じたため、ワセリンを傷口に薄く塗りました。水分補給も必要だったはずです。🥹薬を買いに行っていません。

翌日傷が改善したので毎日ワセリンを使いました効果があると感じました傷をつけたり羊を傷つけたりしませんでした本当に良くなりました素晴らしいです✨

#傷 #経験を共有する #ワセリン #傷を癒す #レモン8日記

5/27 に編集しました

... もっと見るจากประสบการณ์ตรงที่แผลเล็บจึกเข้าที่ตา ความรู้สึกในวันแรกคือแสบมากและน้ำตาไหล เนื่องจากบริเวณแผลบางและบอบบาง การดูแลแผลอย่างถูกวิธีจึงสำคัญมาก หลังล้างหน้าและทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาด ควรเลี่ยงการใช้น้ำยาที่อาจทำให้แผลระคายเคืองและควรทาวาสลีนบาง ๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของผิวบริเวณนั้น เล็บที่จึกเข้าที่ตานั้นอาจทำให้เกิดบาดแผลลึกและทำให้ผิวบริเวณนั้นตึงมาก ต้องระวังไม่ให้เกิดการเกาบริเวณแผลเด็ดขาด เพราะการเกาหรือแกะสะเก็ด จะทำให้แผลติดเชื้อหรือปลายแผลหายช้าลง การใช้วาสลีนช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้ผิวและช่วยให้สะเก็ดแผลค่อย ๆ หลุดอย่างธรรมชาติ ไม่เพียงแต่บำรุงแผลแต่ยังช่วยลดอาการเจ็บแสบระหว่างที่รักษาแผลด้วย สำหรับสภาพแวดล้อมที่นอนห้องแอร์ แห้งและเย็น อาจทำให้แผลรู้สึกตึงและแห้งมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเติมความชุ่มชื้นอย่างสม่ำเสมอ คนที่เคยประสบเหตุการณ์แบบนี้แนะนำให้ทำความสะอาดแผลทุกวันและทาวาสลีนอย่างน้อยวันละครั้ง ประกอบกับหลีกเลี่ยงการโดนน้ำแรง ๆ หรือการใช้ผ้าขนหนูถูบริเวณแผลแรง ๆ จากวันที่ 2 ถึงวันที่ 5 แผลจะค่อย ๆ แห้ง มีสะเก็ดแข็งและหลุดออกไปจนสุดท้ายแผลเกือบจะหายดี การอดทนไม่แกะสะเก็ดและไม่เกาแผลเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้แผลหายเร็ว ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นหรือรอยดำที่ตา ทั้งหมดนี้คือประสบการณ์และวิธีดูแลเบื้องต้นที่แนะนำให้ใครที่ประสบเหตุการณ์เล็บจึกที่ตาได้นำไปใช้เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น และยังช่วยให้ผู้ที่เผชิญกับอาการนี้รู้สึกหมดกังวล สามารถดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องตลอดจนแผลหายดีในที่สุด