อัพเดทล่าสุด แม่ๆลาคลอดได้ 120 วัน

สวัสดีค่ะ เพื่อนๆ ชาว Lemon8🍋 โพสนี้มีข่าวดีมาบอกแม่ๆ และคนที่กำลังวางแผนมีลูกนะคะ

.

กฎหมายลาคลอดฉบับใหม่ ให้สิทธิลูกจ้างหญิงลาคลอดบุตรได้ไม่เกิน 120 วัน และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยนายจ้างจะจ่ายค่าจ้างเต็มจำนวนให้ ไม่เกิน 60 วัน และอีก 60 วัน จะเป็นการรับสิทธิจากประกันสังคม นอกจากนี้ ยังมีสิทธิลาเพิ่มเติมได้ 15 วันหากลูกป่วย และสามีลาช่วยภรรยาได้ 15 วัน

.

สิทธิการลาคลอด💕

✅หญิงตั้งครรภ์: ลาได้รวมสูงสุด 120 วันต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง

✅ลาต่อเนื่องกรณีบุตรป่วย: หากบุตรมีภาวะเจ็บป่วยร้ายแรง มีความผิดปกติ หรือความพิการ ลูกจ้างหญิงสามารถลาต่อเนื่องเพื่อดูแลบุตรได้อีกไม่เกิน 15 วัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ

✅คู่สมรส (แรงงานชาย): มีสิทธิลาเพื่อช่วยเหลือภรรยาได้ไม่เกิน 15 วัน ภายใน 90 วันหลังคลอด

.

การรับค่าจ้าง💕

✅นายจ้างจ่าย: จ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 60 วัน

✅ประกันสังคม: สำหรับวันลาที่เกิน 60 วัน (อีก 60 วัน) จะได้รับสิทธิจากกองทุนประกันสังคม

✅กรณีบุตรป่วย: หากลาต่อเนื่องเพื่อดูแลบุตรป่วย นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้าง สำหรับวันที่ลา

✅กรณีคู่สมรสลาช่วย: นายจ้างจะจ่ายค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 15 วัน

.

กฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไปค่ะ

.

ขอบคุณภาพและข่าวจาก gcc.go.th

.

#สิทธิลาคลอด #lemon8ไดอารี่ #สตอรี่ของคนมีลูก #แม่ควรรู้ #ครอบครัวสามออม

2025/11/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมโพสต์นี้ขอมาเสริมแบบ “สรุปใช้งานได้จริง” สำหรับแม่ๆ (และคุณพ่อ) ที่กำลังวางแผนลาคลอดบุตร 120 วันตามกฎหมายลาคลอดใหม่ 2569 นะคะ เผื่อเอาไปคุยกับ HR ได้ง่ายขึ้น และเตรียมเอกสารล่วงหน้าได้ไม่พลาด 1) เริ่มใช้วันไหนกันแน่? กฎหมายใหม่มีผลตั้งแต่ 7 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป ดังนั้นถ้าคลอดหลังจากวันที่นี้ โดยทั่วไปก็จะอ้างอิงสิทธิใหม่ได้ (แนะนำเช็กประกาศ/แนวปฏิบัติของบริษัทและประกันสังคมอีกครั้ง เพราะแต่ละที่อาจมีขั้นตอนภายในต่างกัน) 2) 120 วันนี้ “ได้เงินยังไง”? อันนี้เป็นคำถามที่คนค้นเยอะมาก: โดยหลักคือแบ่งเป็น 2 ส่วน - ช่วงที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างเต็ม: ไม่เกิน 60 วัน (ตามที่กฎหมายกำหนด) - ช่วงที่เกินจากนั้น (อีก 60 วัน): ใช้สิทธิจากประกันสังคม ทิปส่วนตัว: ก่อนลาคลอด ลองขอ HR ช่วยสรุปให้เป็นลายลักษณ์อักษรว่า บริษัทจะจ่ายช่วงไหน/เริ่มนับวันอย่างไร จะได้ไม่งงตอนเงินออกจริงค่ะ 3) ต้องลาต่อเนื่องไหม หรือแบ่งลาได้? หลายคนสับสนเรื่อง “นับวัน” แนะนำให้คุยกับ HR ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าบริษัทนับเป็นวันปฏิทินหรือวันทำงาน และบริษัทอนุญาตให้จัดรูปแบบการลาแบบไหน (บางที่ให้ต่อเนื่อง บางที่ให้ยืดหยุ่น เช่น ใช้วันลาพักร้อนต่อท้าย) 4) สิทธิลาดูแลบุตรป่วย 15 วัน ใช้ยังไง? ถ้าลูกมีภาวะเจ็บป่วยร้ายแรง/ความผิดปกติ/ความพิการ สามารถลาเพิ่มได้ไม่เกิน 15 วัน โดยต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ แนะนำเตรียม: - ใบรับรองแพทย์ระบุความจำเป็นในการดูแล - เอกสารที่บริษัทต้องการ (บางที่มีฟอร์มลางานเฉพาะ) และอย่าลืมถามเรื่อง “การจ่ายค่าจ้าง” กรณีนี้ด้วย เพราะมีรายละเอียดว่าอาจจ่ายในอัตราร้อยละ 50 สำหรับวันที่ลา 5) คุณพ่อได้สิทธิลา 15 วันด้วยนะ คู่สมรส (แรงงานชาย) ลาช่วยเหลือภรรยาได้ไม่เกิน 15 วัน ภายใน 90 วันหลังคลอด ทิปคือให้คุณพ่อวางแผนลาล่วงหน้าไว้เลย เช่น ช่วงกลับบ้านจากรพ./ช่วงปรับตัวสัปดาห์แรก หรือช่วงที่แม่ต้องพักฟื้นหนักๆ 6) เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนยื่นลาคลอด (กันพลาด) - แจ้งกำหนดคลอดและช่วงวันที่ต้องการลาให้หัวหน้า/HR เร็วที่สุด - ถามให้ชัดว่าเอกสารที่ใช้มีอะไรบ้าง (ใบรับรองแพทย์, สูติบัตรหลังคลอด ฯลฯ) - วางแผนเงินสดสำรอง 1–2 เดือน เผื่อรอบจ่ายของประกันสังคมไม่ตรงรอบเงินเดือน - เก็บหลักฐานการส่งเอกสารทุกครั้ง (ถ่ายรูป/อีเมล) เพื่อใช้ตามเรื่องได้ง่าย หวังว่าโน้ตเสริมนี้จะช่วยให้แม่ๆ ที่ค้นคำว่า “ประกันสังคม ลาคลอด 120 วัน” หรือ “กฎหมายใหม่ลาคลอด” เห็นภาพการใช้งานจริงมากขึ้นนะคะ ถ้ามีส่วนไหนอยากให้ช่วยทำเป็นข้อความสั้นๆ สำหรับส่งให้ HR บอกได้เลยค่ะ

ค้นหา ·
สิทธิลาคลอดตามกฎหมาย