Automatically translated.View original post

The funeral of Her Majesty, Her Son, Prince Pashragityapha, June 13, 2026.

[Phi Thi summons the body of His Majesty the Royal Highness of the Royal Regiment of Siripachra Mahavajra to the Pimanaratya Seat in the Royal Palace]

.

Today (June 13, 2019), at 15: 30 p.m., the summons of the body of Her Majesty, Her Son, Prince Pashragittiyapha, Narentira Goddess, Royal Regiment, Siriapash Mahavajra, went from Chulalongkorn Hospital, Thai Red Cross, to the Pimanratya Seat in the Royal Palace.

.

Her Majesty and Her Majesty the Queen are operated by the royal car, along with the royal family, along the royal car.

.

At this funeral ceremony, the same royal van that invited the bodies of His Majesty Gathiberaw, Maha Bhumibol Adulyadej the Great, in 1916, and His Majesty the Queen of the Thousand Years Royal in 2018.

.

# Ancient for a long time # Chao Phat Kitiyapha # Royal Highness

6/13 Edited to

... Read moreในฐานะที่ได้มีโอกาสติดตามข่าวสารและประสบการณ์เกี่ยวกับพระราชพิธีอันเป็นที่เคารพของคนไทยทั่วประเทศ ต้องบอกว่าพิธีอัญเชิญพระศพนั้นมีความสำคัญและได้รับการจัดเตรียมด้วยความรอบคอบอย่างสูงสุด เพื่อแสดงถึงความเคารพรักและอาลัยจากพระมหากษัตริย์และประชาชน สำหรับพิธีในวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา การเคลื่อนพระศพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มายังพระที่นั่งพิมานรัตยา เป็นภาพแห่งความเศร้าและความศรัทธาที่สื่อถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างพระบรมวงศานุวงศ์และประชาชน สิ่งที่น่าสนใจคือ การใช้รถตู้พระที่นั่งคันเดียวกับที่ใช้ในพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ แสดงถึงความเชื่อมโยงและเกียรติยศที่สืบสานกันมาตลอดหลายปี ในความเห็นส่วนตัว พิธีเช่นนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความเคารพในระดับสูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลุกจิตสำนึกแห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยให้คงอยู่ตลอดไป ทำให้รู้สึกถึงความผูกพันและความภาคภูมิใจในสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอย่างลึกซึ้ง การได้เห็นภาพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งในครั้งนี้ ยิ่งย้ำให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของชาติ ที่พร้อมจะร่วมใจในทุกช่วงเวลาแห่งความเศร้าและความสำคัญ ประสบการณ์นี้ทำให้เข้าใจว่าพิธีกรรมทางราชการเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงทางใจและอนุรักษ์คุณค่าในความเป็นไทยไว้ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา