5/8 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนคงมีประสบการณ์เหมือนกันกับการทำงานหนักจนลืมดูแลตัวเอง เช่น การทำโอทีจนเหนื่อยเพลีย ป่วยก็ฝืนไป ไม่พักผ่อน หรือไม่กล้าลาหยุด เพราะคิดว่างานสำคัญกว่าตัวเราเอง แต่จากประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จริงๆ คือ บริษัทไม่ใช่ครอบครัว และคุณไม่ใช่ลูกรักเสมอไป ผมเคยเจอวันที่แทบไม่มีแรงทำงาน ทำงานด้วยความทนแต่ร่างกายไม่ไหวแล้ว คนที่มาแทนคือคนใหม่ นั่นเป็นสัญญาณว่าร่างกายและจิตใจของเราเหนื่อยล้ามากเกินไป และวันที่เราล้มเหลวจริงๆ ไม่มีแรงจะไปต่อ คนที่อยู่กับเราคือตัวเราเอง คำว่า "รักงานได้ แต่อย่าลืมรักตัวเอง" เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกว่าสำคัญมาก ถ้าคุณตั้งใจทำงาน เติบโตในหน้าที่ และทุ่มเทจริงๆ ก็อย่าลืมใส่ใจสุขภาพกายและใจ ป้องกันอาการเหนื่อยล้าทางกายและจิตใจด้วยการพักผ่อนเพียงพอ ออกกำลังกาย ดูแลอาหาร และรักษาความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง การรักตัวเองไม่ได้หมายถึงขี้เกียจหรือไม่ทำงาน แต่หมายถึงการรู้จักจัดสรรเวลาให้สมดุลกับงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อที่คุณจะได้มีพลังและสุขภาพดีพอที่จะทำงานต่อไปอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังช่วยป้องกันความเครียดสะสม และทำให้ความสุขในชีวิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนหมั่นถามตัวเองเสมอว่า "เรายังไหวอยู่ไหม" ถ้ารู้สึกเหนื่อยหนักเกินไป อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือหรือถอนตัวออกมาชั่วคราว เพื่อให้ชีวิตและสุขภาพกลับมาเป็นปกติ เพราะไม่มีใครอยากเห็นคนที่รักต้องล้มเหลวเพราะงาน