Modernmullet

3/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครเสิร์ชคำว่า “mullut” ส่วนใหญ่หมายถึงทรง “Mullet (มัลเล็ต)” นั่นแหละ ซึ่งช่วงนี้เวอร์ชันที่ฮิตมากคือ Modern Mullet—ฟีลมัลเล็ตแต่ดูสะอาด เข้ากับชีวิตประจำวันมากขึ้น ไม่ได้ยาวรุงรังแบบสายร็อกสุดๆ Modern Mullet คืออะไร? - ด้านหน้า/ด้านข้างจะค่อนข้างสั้นและเนี้ยบ (มักไถเฟดหรือไล่ระดับ) - ด้านหลังยาวกว่าอย่างตั้งใจ แต่ “ยาวแบบคุมทรงได้” - ด้านบนมีเท็กซ์เจอร์ (ซอย/สไลซ์ให้ดูพองนิดๆ หรือฟุ้งแบบธรรมชาติ) เหมาะกับใคร? - คนที่อยากเปลี่ยนลุคให้มีคาแรกเตอร์ แต่ยังอยากให้ดูสุภาพได้ในบางโอกาส - คนผมหนา: ทำแล้วทรงสวย เพราะมีวอลลุ่ม แต่ต้องซอยลดความหนาให้ดี - คนผมบาง/เส้นเล็ก: เลือกแบบ Modern ที่ด้านหลังไม่ยาวมาก และเพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้านบน จะช่วยให้ดูมีมิติ - รูปหน้า: หน้าเรียว/หน้าไข่เข้ามาก ถ้าหน้ากลมให้เลือกข้างไม่สั้นเกินและเพิ่มความสูงด้านบน จะช่วยพรางให้หน้าดูยาวขึ้น ทริคบอกช่างให้ได้ “มัลเล็ต” แบบไม่พลาด 1) บอกว่า “ขอ Modern Mullet ไม่เอาหลังยาวรุงรัง” 2) ขอ “ไล่เฟดด้านข้าง” ระดับที่ชอบ (low/mid) หรือถ้าไม่อยากสั้นมากให้บอก “ไล่ทรงแบบ taper เบาๆ” 3) ขอ “ซอยเท็กซ์เจอร์ด้านบน” เพื่อเซ็ตง่าย ไม่เป็นหมวก 4) ตกลงความยาวด้านหลังเป็นเซนติเมตร หรือบอกให้ “ยาวกว่าด้านข้างชัดเจน แต่ยังเห็นต้นคอ” (จะได้ไม่ยาวเกิน) ไอเดียทรง Modern Mullet ที่เลือกได้ตามสไตล์ - Modern Mullet + Taper: สุภาพสุด ใส่เสื้อเชิ้ตก็รอด - Modern Mullet + Mid Fade: เท่ชัดขึ้น เหมาะกับสายสตรีท - Curly/Wavy Mullet: คนผมหยักศกทำแล้วดูมีเท็กซ์เจอร์ธรรมชาติ - Two-block Mullet เบาๆ: ถ้าอยากเริ่มจากแบบไม่แรงมาก การเซ็ตให้ทรงอยู่ทั้งวัน (แบบง่ายๆ) - หลังสระเป่าช่วยยกโคนด้านบนก่อน แล้วค่อยปัดทิศทางด้านหลัง - ใช้ Sea salt spray หรือแว็กซ์เนื้อด้านเล็กน้อย ขยำให้เกิดช่อ - ถ้าผมชี้ง่าย ใช้สเปรย์ล็อกเบาๆ เฉพาะด้านบน จะดูเป็นธรรมชาติ ดูแลให้ทรงสวยนาน - แนะนำตัดเก็บทรงทุก 3–5 สัปดาห์ โดยเฉพาะด้านข้าง/รอบหู - ถ้าตั้งใจไว้ผมด้านหลังยาวขึ้น ให้เก็บแค่ขอบท้ายทอยไม่ให้ดูรุงรัง ส่วนตัวเราชอบ Modern Mullet เพราะได้ลุคเท่แบบติดเทรนด์ แต่ยังดูคลีน ถ้าไม่มั่นใจเริ่มจากเวอร์ชัน “หลังยาวนิดเดียว” ก่อน แล้วค่อยเพิ่มความยาวทีหลังได้เลย