Automatically translated.View original post

Let's take it to the # Innergyplanner2026 workshop. ✨

2025/10/11 Edited to

... Read moreหลังจากได้ลอง Innergy Planner 2026 (และได้บรรยากาศเวิร์กช็อปแบบเต็มๆ) สิ่งที่รู้สึกชัดมากคือ “เล่มนี้ไม่ได้เป็นแค่แพลนเนอร์จดตาราง” แต่เป็นเครื่องมือช่วยจัดระเบียบความคิดและพากลับมาโฟกัสสิ่งสำคัญในชีวิตเรา สิ่งที่ชอบในเล่มคือพาร์ตที่ทำให้เรา “เริ่มมองหาสิ่งดีๆในชีวิตเรา” จริงๆ อย่างหน้าที่ชวนคิดว่า “เราอยากขอบคุณอะไร” มันเหมือนเป็นปุ่มรีเซ็ตอารมณ์ในวันที่วุ่นๆ พอเขียนออกมาได้ 2–3 ข้อ ก็รู้สึกเบาลง และเห็นว่าตัวเองมีสิ่งดีๆอยู่รอบตัวเยอะกว่าที่คิด อีกพาร์ตที่สนุกมากคือ Vision board เราใช้วิธีไม่ทำให้มันยากค่ะ ไม่ต้องรอมีรูปสวยๆครบก่อน แค่เขียนคีย์เวิร์ด 5–7 คำที่อยากให้ปี 2026 เป็น เช่น สุขภาพดี งานที่เติบโต ความสัมพันธ์สบายใจ แล้วค่อยๆเติมรูป/สัญลักษณ์ทีหลัง วิธีนี้ช่วยให้เริ่มได้ทันที และไม่รู้สึกว่าต้อง “ทำให้เพอร์เฟกต์” ส่วน Inner chart (หรือหน้าสำรวจตัวเอง) แนะนำให้ทำวันแรกที่ได้เล่มเลย เพราะมันเหมือนตั้งค่าเข็มทิศว่าเรากำลังอยู่ตรงไหน แล้วอยากไปทางไหนต่อ หลังจากนั้นเวลาวางแผนรายเดือน/รายสัปดาห์จะง่ายขึ้นมาก เพราะเราจะกล้าตัดสิ่งที่ไม่สำคัญออก ทริคส่วนตัวให้ใช้ Innergy Planner 2026 ได้ต่อเนื่อง: 1) ตั้งเวลา “จดสั้นๆ” วันละ 3 นาทีพอ ไม่ต้องเขียนยาว แค่เช็กอินความรู้สึก/สิ่งที่ทำสำเร็จ 2) เลือก 1 หน้าที่จะใช้เป็นหลัก (เช่น gratitude/ขอบคุณ หรือสรุปสัปดาห์) แล้วค่อยขยาย ไม่งั้นจะรู้สึกว่าต้องใช้ทุกหน้า 3) ถ้าวันไหนหลุด ไม่ต้องย้อนเขียนให้ครบ ให้ข้ามไปหน้าปัจจุบันเลย เล่มนี้ใช้เพื่อช่วยชีวิต ไม่ใช่เพิ่มภาระ 4) จบสัปดาห์ให้กลับมาสรุป 3 อย่าง: อะไรเวิร์ก อะไรไม่เวิร์ก และสัปดาห์หน้าจะปรับอะไร 1 อย่าง พอ โดยรวมถ้าใครกำลังหาแพลนเนอร์ที่ช่วย “จัดระบบชีวิต + เข้าใจตัวเอง” มากกว่าการจดตารางเฉยๆ Innergy Planner 2026 เป็นตัวเลือกที่น่าลองมากค่ะ