Automatically translated.View original post

Here comes A year of Junk journaling. 🗯️

With the story of the book that is inspiring to us right now, we can't escape this book. After getting The Art of memory collecting, we are thrilled that Martina Calvi has released another book about sharing tricks and ideas for Junk Journal. There is something fun to do. It is expected to come from the experience of the writer. I want everyone who is starting Junk Journal looking for new ideas (that sometimes they are the same, just we can't find 😂) to try to follow along with this book.

📖: A Year of Junk Journaling

Language: English / English

Coordinates:ร้านหนังสือ คิโนะคูนิยะ สาขาสยาม พารากอน

# journalbook # Drug sign with lemon8 # lemon 8 diary # junkjournalideas

2025/10/23 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “A Year of Junk Journaling” แล้วลังเลว่าควรซื้อไหม/เหมาะกับเรารึเปล่า ขอแชร์จากมุมคนที่ชอบจดไดอารี่และทำ junk journal แบบค่อยๆสะสมของรอบตัวค่ะ เล่มนี้ฟีลเหมือนมีเพื่อนมานั่งโยนไอเดียให้ทั้งปี ไม่ใช่แค่สอนเทคนิคอย่างเดียว แต่เป็น “โจทย์” และ “มู้ด” ที่ช่วยให้เราเริ่มลงมือได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะวันที่สมองว่างๆ ไม่รู้จะทำหน้าอะไรดี สิ่งที่ชอบมากคือไอเดียมันจับต้องได้และใช้ของที่มีอยู่แล้ว เช่น ตัวอย่างแนว “SNACK TIME” ที่เอาซองขนม/แพ็กเกจจิ้ง สติกเกอร์ หรือเศษกระดาษมาจัดวางเป็นหน้า journal ได้เลย ทำให้รู้สึกว่า junk journal ไม่จำเป็นต้องเนี้ยบหรือใช้อุปกรณ์แพง แค่เก็บสิ่งเล็กๆในวันนั้นไว้ก็กลายเป็นความทรงจำได้ (คล้ายๆกับความรู้สึกจากอีกเล่มอย่าง The Art of Memory Collecting เลย) ถ้าจะเริ่มทำตามเล่มนี้แบบไม่กดดัน เราแนะนำ 5 ขั้นตอนง่ายๆ: 1) เตรียม “กล่องเก็บเศษ” 1 กล่อง: ใส่ใบเสร็จ แท็กเสื้อ ตั๋วรถ ซองขนม โปสการ์ด กระดาษห่อของขวัญ 2) เลือกธีมรายสัปดาห์: เช่น snack time, coffee day, movie night, blue day ฯลฯ (ยึดตามสิ่งที่เกิดจริง) 3) จำกัดวัสดุ 3 อย่างต่อ 1 หน้า: เช่น ซองขนม + เทป + ปากกา จะช่วยให้ทำเสร็จไว 4) เขียนสั้นๆ 3 บรรทัด: วันนี้กินอะไร/ไปไหน/รู้สึกยังไง เพื่อให้หน้ากระดาษ “มีเรื่องเล่า” ไม่ใช่แค่สวย 5) ถ่ายรูปเก็บไว้: เผื่ออยากกลับมาดูพัฒนาการหรือทำเป็นไอเดียวนซ้ำ เรื่องตัวเล่ม: เป็นภาษาอังกฤษ แต่ไม่ได้ยาก อ่านเพลินเพราะเป็นคำอธิบายสั้นๆ+ภาพตัวอย่างเยอะ ใครชอบหนังสือปกแข็ง งานพิมพ์ดีๆ น่าจะถูกใจ แถมปกมีลูกเล่น (เห็นแล้วอยากหยิบมาถ่ายรูปมาก) สรุปคือ ถ้าคุณอยากได้หนังสือที่ “ปลุกไฟ” ให้ทำ junk journal ต่อเนื่อง เล่มนี้เป็นตัวช่วยดีมาก โดยเฉพาะเวลาที่ไอเดียเดิมๆวนอยู่ในหัว ลองเปิดสุ่ม 1 หน้าแล้วทำตามเลย สนุกกว่าที่คิดค่ะ