Automatically translated.View original post

How to collect tamarind? Not black, not mold.

There is a big tamarind tree in the house.

Living to eat soft tamarind

And make wet tamarind for household use

When the pod dried, I started shaking the tamarind branches.

Keep sheep, dry and store by yourself. Get dry try without mold.

As for how to keep the tamarind wet for a beautiful color, not black, not moldy

Our country does this.

Refrigerated ✅: Preserved at temperatures below 5 degrees Celsius (plain channel or freeze channel), it allows tamarind water to be undark in color and look delicious.

✅ use glass containers: they should be put in a glass dozen with a sealed lid to prevent moisture evaporating, which will cause the tamarind meat to dry to a quality. Avoid plastic containers as the acidity of tamarind may react with plastic.

✅ processed into tamarind water concentrate: boil the tamarind wet with water until boiling, filter the meat concentrate, put the glass bottle completely closed, refrigerated, keep for 3-6 months.

✅ Salt Sprinkles: A little mixed or sprinkled salt meal before picking will prolong life and prevent mold for a long time across the year.

# Lemon 8 Howtoo

# Provincial houses

# My story

# 30 is still cool

# Trick the maid

1/19 Edited to

... Read moreนอกจากทริคแช่เย็น+โหลแก้วที่บ้านทำอยู่แล้ว เราเจอว่าถ้าทำ “ขั้นตอนก่อนเก็บ” ให้เป๊ะ จะช่วยเรื่องมะขามเปียกไม่ให้ดำและไม่ขึ้นราง่ายมาก โดยเฉพาะคนที่เก็บจากต้นเองหรือแกะไว้เยอะๆ 1) เก็บมะขามจากต้นให้ถูกช่วง ถ้าจะทำมะขามเปียก แนะนำรอให้ฝัก “แก่จัดและแห้ง” เปลือกตึง สีออกน้ำตาล ฝักไม่เขียวแล้ว เวลาทำเนื้อจะเหนียวนุ่ม กลิ่นหอม และเสี่ยงชื้นน้อยกว่าเก็บตอนยังไม่แห้งดี (ชื้น = โอกาสราเพิ่ม) 2) ตอนแกะฝัก ระวังความชื้นและสิ่งสกปรก มือที่เปียก/โต๊ะที่ชื้นทำให้เนื้อมะขามดูคล้ำเร็วขึ้น เราจะเช็ดอุปกรณ์ให้แห้งก่อนแกะ และคัดทิ้งฝักที่มีกลิ่นอับ มีจุดดำ หรือมีรอยแมลงเจาะ เพราะปนไปแล้วมักพาเชื้อราไปทั้งโหล 3) ตาก/ผึ่งให้ “แห้งพอดี” ก่อนเก็บ หลังแกะเปลือก ถ้าเนื้อยังชื้นมาก เราจะผึ่งลมในร่มหรือแดดอ่อนๆ ช่วงสั้นๆ ให้ผิวด้านนอกแห้งลงนิดหนึ่ง (ไม่ต้องตากจนแข็ง) วิธีนี้ช่วยลดน้ำอิสระ ทำให้เก็บได้นานและสีไม่คล้ำไว 4) วิธีเก็บมะขามหวานที่แกะแล้ว (ไว้กินเล่น) มะขามหวานที่แกะเปลือกแล้วจะเสียความชื้นเร็วและดูคล้ำง่าย เราจะแยกเก็บจากมะขามเปียกเลย - ใส่กล่อง/โหลแก้ว ปิดสนิท - รองด้วยกระดาษทิชชูแห้ง 1 แผ่นเพื่อดูดความชื้นส่วนเกิน - แช่ตู้เย็นช่องธรรมดา กินให้หมดใน 7–14 วัน (ถ้าอยากนานขึ้นให้แช่ฟรีซ แกะออกมากินได้ทีละนิด) 5) แช่แข็งแบบแบ่งส่วน ใช้ง่ายสุด ถ้าทำมะขามเปียกไว้ทำกับข้าว เราชอบปั้น/กดเป็นก้อนเล็กๆ ขนาดพอทำต้มยำ 1 หม้อ แล้วห่อด้วยฟิล์มหรือใส่ถุงซิปล็อก ไล่อากาศก่อนแช่ฟรีซ เวลาใช้หยิบแค่ก้อนเดียว ไม่ต้องละลายทั้งโหล ลดการเปิด-ปิดบ่อยๆ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดไอน้ำและเชื้อรา 6) สาเหตุที่ทำให้มะขามเปียก “ดำ” และวิธีแก้ ส่วนตัวเจอบ่อยคือโดนอากาศ + อุณหภูมิห้อง + ความชื้นจากการเปิดฝาบ่อย วิธีแก้คือ - ใช้ภาชนะแก้วฝาปิดแน่นจริงๆ - ตักด้วยช้อนแห้งทุกครั้ง - ถ้าเก็บในตู้เย็นแล้วมีหยดน้ำเกาะฝา ให้เช็ดฝา/ปากโหลให้แห้งก่อนปิด 7) เช็กอาการเสียก่อนใช้ ถ้ามีกลิ่นอับ เปรี้ยวผิดปกติ มีขุยขาว/เขียว หรือมีน้ำแฉะๆ แยกชั้น แนะนำทิ้งเพื่อความปลอดภัย โดยเฉพาะโหลที่เคยตักด้วยช้อนเปียก ทำตามนี้ร่วมกับการโรยเกลือเบาๆ หรือแปรรูปเป็นน้ำมะขามเข้มข้น จะได้มะขามเปียกสีสวย ไม่ดำ ไม่รา เก็บไว้ทำอาหารได้ยาวๆ แบบบ้านต่างจังหวัดจริงๆ