ทำไมนางมณีเมขลาถึงไม่ช่วยพระมหาชนกในทันทีที่ปรากฏตัว แต่กลับพูดเหมือนบั่นทอน(ทดสอบจิตใจ)ก่อนช่วย
เรื่องตอนนี้ของ มหาชนก เป็นช่วงที่สะท้อนพลังของ "ความเพียร" ได้ลึกซึ้งที่สุด เมื่อเรือของ พระมหาชนก อับปางกลางมหาสมุทร ผู้โดยสารคนอื่นต่างสิ้นหวัง บางคนร้องไห้ บางคนยอมจำนนต่อชะตากรรม แต่พระมหาชนกทรงมีพระปัญญาและไม่ยอมปล่อยชีวิตให้จมลงไปโดยไม่ต่อสู้ พระองค์ทรงว่ายน้ำอยู่กลางทะ เลอย่างไม่หยุดยั้งติดต่อกันหลายวัน แม้จะไม่เห็นฝั่งเลยก็ตาม ขณะนั้น นางมณีเมขลา ผู้เป็นเทพธิดาผู้รักษามหาสมุทร ได้ทอดพระเนตรเห็นพระมหาชนก แต่แทนที่จะรีบเข้าไปช่วย นางกลับตรัสถามด้วยถ้อยคำที่ดูเหมือนจะบั่นทอนกำลังใจว่า
"มหาสมุทรกว้างใหญ่สุดประมาณ เจ้าจะว่ายไปเพื่ออะไร ในเมื่อไม่มีทางถึงฝั่ง"
คำถามนี้ไม่ได้เกิดจากความใจร้าย แต่เป็น การทดสอบจิตใจ ว่าพระมหาชนกมีความเพียรแท้จริง หรือเพียงพยายามเพราะยังมีความหวังว่าจะเห็นฝั่ง
พระมหาชนกจึงตรัสตอบด้วยถ้อยคำที่กลายเป็นอมตะว่า
"กิจของผู้มีความเพียร คือเพียรไป แม้ยังไม่เห็นผลก็ต้องทำหน้าที่ให้เต็มกำลัง เมื่อทำเต็มที่แล้ว แม้ตายก็ไม่มีสิ่งใดให้เสียใจ เพราะไม่ได้ทอดทิ้งความเพียรของตนเอง"
อีกใจความหนึ่งคือ
"ตราบ ใดที่ยังมีแรงอยู่ เราจะไม่หยุดพยายาม ผลจะสำเร็จหรือไม่ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่การละความเพียรต่างหากคือความพ่ายแพ้ที่แท้จริง" วาจานี้ทำให้นางมณีเมขลาตกตะลึง เพราะไม่เคยพบมนุษย์ผู้ใดที่มีจิตใจมั่นคงเช่นนี้ พระองค์ไม่ได้ว่ายน้ำเพราะเชื่อว่าจะต้องรอด แต่ทรงว่ายเพราะ ความเพียรคือหน้าที่ของตน
นี่เองคือ "ปาฏิหาริย์" ที่แท้จริง ไม่ใช่การที่เทพมาช่วย แต่คือจิตใจของมนุษย์ที่ไม่ยอมแพ้แม้หมดหวัง
เมื่อเห็นว่าพระมหาชนกมีบารมีแห่งวิริยะสมบูรณ์ นางมณีเมขลาจึงกล่าวสรรเสริญพระองค์ แล้วอุ้มพระมหาชนกขึ้นจากมหาสมุทร เหาะพาพระองค์ไปส่งยัง มิถิลา ซึ่งเป็นเมืองที่พระองค์มีสิทธิ์ในราชสมบัติ การไปถึงกรุงมิถิลาครั้งนั้นไม่ใช่เพียงการรอดชีวิต แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พระมหาชนกได้ครองราชย์ และต ่อมาได้ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยธรรม
เหตุใดนางมณีเมขลาจึงพูดบั่นทอนก่อนช่วย?
หากมองอย่างผิวเผิน อาจเหมือนนางกำลังซ้ำเติมผู้กำลังลำบาก แต่ในทางพุทธศาสนาและวรรณกรรมชาดก การกระทำนี้มีความหมายลึกซึ้ง คือ เพื่อทดสอบว่าความเพียรของพระมหาชนกเป็นของจริงหรือไม่
เพื่อเปิดโอกาสให้พระมหาชนกแสดงธรรมเรื่อง วิริยะ (ความเพียรอันไม่ย่อท้อ) เพื่อให้เห็นว่าความช่วยเหลือจากสิ่งภายนอกจะเกิดขึ้นหลังจากมนุษย์ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสุดกำลังแล้ว เพื่อสอนว่า "ผู้มีบารมีไม่หวังพึ่งปาฏิหาริย์ แต่สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการไม่ยอมแพ้"
ดังนั้น สิ่งที่นางมณีเมขลาทดสอบ ไม่ใช่กำลังแขนหรือกำลังขา แต่คือ กำลังใจ เพราะหากจิตใจยอมแพ้เสียก่อน ต่อให้เทพช่วย ก็ยากจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ได้
เรื่องตอนนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญที่สุดของพระมหาชนกว่า
"ความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากการเห็นปลายทาง แต่เริ่มจากการไม่หยุดก้าว แม้ยังมองไม่เห็นปลายทางก็ตาม"
นี่คือเหตุผลที่วาจาของพระมหาชนกได้รับการยกย่องว่าเป็น "วาจาอันเป็นปาฏิหาริย์" เพราะสามารถเปลี่ยนจากการทดสอบของเทพธิดา ให้กลายเป็นการประกาศคุณธรรมแห่งความเพียร ซึ่งนำพระองค์จากกลางมหาสมุทรไปสู่กรุงมิถิลา และท้ายที่สุดนำไปสู่ความเป็นพระราชาผู้ทรงธรรม
















