พระเสด็จนิวัตฟ้า นเรนทิราเทพยวดี

มองฟ้าก็ฟ้ารั่ว

ทิศมัวทะมึนเมือง

มองดาวก็ร้าวเรือง

ธุมคลุ้มชะอุ่มฝน

มองไม้ก็ใบล่อง

นิรห้องหทัยชน

มองพักตร์ก็มัวมล

มิมลักพระหลักชัย

มองคลื่นทะเลคลั่ง

ปะทะฝั่งประหวั่นใจ

มองหล้าประชาไทย

บ่มิฟื้นสะอื้นขวัญ

พร่างพัชรนิวัตฟ้า

ทิพยาดุสิตสันติ์

พร่างคุณอเนกนันต์

นรซึ้งจะพึ่ง(ภา)

ขวัญเอยพระขวัญชาติ

จะนิราศนิรันดร์ลา

ขวัญอุ่นพระบุญญา

จะสถิตหทัยไทยฯ

น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์

ข้าพระพุทธเจ้า นายนพรัตน์ รัตนวิชัย ร้อยกรอง

6/12 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมบทกวีนี้สะท้อนความรู้สึกเศร้าโศกและความสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อปวงชนไทย ผ่านภาพธรรมชาติที่สดใสแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความหม่นหมอง เหมือนกับการจากไปของพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นเสมือนที่พึ่งของประชาชน การใช้คำซ้ำ เช่น มองฟ้า มองดาว มองไม้ และมองคลื่น ทําให้เห็นภาพที่ลึกซึ้งของความรู้สึกเหม่อลอยและความเสียใจที่แพร่กระจายทั่วทั้งแผ่นดิน ในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ได้อ่านบทกวีนี้ ทำให้รู้สึกถึงความรักและความผูกพันที่ลึกซึ้งต่อพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทย นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความหวังว่าพระมหากรุณาธิคุณจะยังคงสถิตอยู่ในใจของคนไทยตลอดไป แม้พระองค์จะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้วก็ตาม การน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณนั้นไม่เพียงแค่เป็นการรำลึกถึงเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนไทยดำเนินชีวิตตามคำสอนและคุณธรรมที่พระองค์ได้ประทานไว้ เป็นการรักษามรดกทางจิตใจและวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติให้ยั่งยืน การได้อ่านบทกวีนี้จึงเหมือนได้รับการเตือนใจให้ไม่ลืมเลือนคุณค่าแห่งความรักและความเป็นหนึ่งเดียวของคนในชาติ