มาเก็บดาว Michelin Star ⭐ 3 ปีซ้อน อร่อยสมมง บริการดุจเจ้าหญิง✨
7 คอร์สจากร้าน Michelin Star
ของเชฟญี่ปุ่นที่ทำอาหารสไตล์ Boundless Cuisine
📍 Resonance Bangkok
#MichelinStar #FineDining #resonancebkk #finediningrestaurant
ถ้าใครเสิร์ชหา “Resonance Bangkok” เพราะอยากรู้ว่าร้านนี้เหมาะไปโอกาสไหน/จองยากไหม/บรรยากาศเป็นยังไง เราสรุปจากประสบการณ์ไปทานจริงให้แบบอ่านจบแล้วตัดสินใจง่ายขึ้นค่ะ Resonance Bangkok เป็นไฟน์ไดนิ่งที่ได้ Michelin Star ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน และสิ่งที่เรารู้สึกชัดมากคือ “ประสบการณ์โดยรวม” ทำดีตั้งแต่ก้าวแรก ไม่ได้มีแค่อาหารอร่อย แต่การดูแลและจังหวะการเสิร์ฟคอร์สต่าง ๆ ลื่นไหลเหมือนเล่าเรื่องหนึ่งเรื่องให้ฟัง เหมาะกับวันที่อยากฉลองวันเกิด ครบรอบ หรือพาแขกต่างชาติไปกินอะไรที่ดูเป็นสากลแต่ยังมีความเป็นไทย/ญี่ปุ่นอยู่ในจาน คอนเซ็ปต์ของร้านคือ Boundless Cuisine (อาหารไร้พรมแดน) ซึ่งเราเข้าใจว่าเป็นการหยิบวัตถุดิบท้องถิ่น ซีฟู้ด และของตามฤดูกาลของไทย มาผสมเทคนิคและรสชาติในแบบญี่ปุ่น ทำให้รสออก “subtle flavors” คือไม่หนัก ไม่ท่วมซอส แต่กลมกล่อมแบบค่อย ๆ ละเมียด จุดนี้ถูกใจคนที่ชอบอาหารรสชัดแบบพอดี ๆ และอยากโฟกัสความสดของวัตถุดิบ วันที่เราไปเป็นเซ็ต 7 คอร์ส ส่วนตัวคิดว่าอิ่มกำลังดี ไม่แน่นเกินไป แต่ยังรู้สึกครบ ทั้งของทะเล คอร์สที่เน้นความตามฤดูกาล และจานที่ทำให้รู้สึกว้าวเรื่องเทคนิค การจัดจาน และการบาลานซ์รส ถ้าไปเป็นคู่ แนะนำเผื่อเวลาให้นั่งชิล ๆ เพราะไฟน์ไดนิ่งจะกินยาวพอสมควร เหมาะกับการคุยกันมาก ๆ อีกอย่างที่อยากบอกสำหรับคนที่เล็งไปลอง “Lunch” เพราะราคาหรือเวลามักน่ารักกว่า: ร้านนี้มีมื้อ Lunch แต่ขายแค่วันเสาร์เท่านั้น ใครอยากไปช่วงกลางวันแนะนำเช็กวันและรีบจองล่วงหน้า จะได้ไม่พลาดรอบที่ต้องการ ทิปเล็ก ๆ ก่อนจอง/ไปทาน: - ถ้าไปฉลอง บอกโอกาสพิเศษตอนจองได้เลย ปกติทีมบริการช่วยดูแลดีมาก - ถ้ามีอาหารที่แพ้หรือไม่ทาน แจ้งล่วงหน้า จะปรับคอร์สได้สบายใจกว่า - แต่งตัว smart casual จะเข้ากับบรรยากาศร้านและถ่ายรูปสวย สรุปสำหรับเรา Resonance Bangkok เป็นร้านที่เหมาะมากถ้าอยากลอง Michelin Star แบบ “คุ้มประสบการณ์” ได้ทั้งอาหารสไตล์ร่วมสมัยที่ข้ามวัฒนธรรม (ไทย-ญี่ปุ่น) และการบริการที่ทำให้รู้สึกพิเศษจริง ๆ