งดงามทรงคุณค่า กว่า 120 ปี “พระตำหนักใหญ่” แห่งวังปากคลองผดุงกรุงเกษม

อาคารปูนสีขาวงดงามโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล อายุกว่า 120 ปี ถูกบูรณะปรับปรุงให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง Deva Manor หรือ “พระตำหนักใหญ่” แห่งวังปากคลองผดุงกรุงเกษม โอบล้อมด้วยต้นไม้อันร่มรื่นใกล้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

“พระตำหนักใหญ่” แห่งวังปากคลองผดุงกรุงเกษม ตั้งอยู่ตรงปากคลองผดุงกรุงเกษม สายน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตบริเวณพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเป็นพระตำหนักที่ประทับ ครั้งดำรงตำแหน่งเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์ การสร้างพระตำหนักแล้วเสร็จในปีพ.ศ. 2439 โดยที่พระองค์ได้ทรงประทับ ณ พระตำหนักใหญ่แห่งนี้ตลอดพระชนม์ชีพ

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปีพ.ศ. 2475 ทายาทของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ได้แบ่งขายที่ดินวังปากคลองผดุงกรุงเกษม ทำให้พื้นที่ในวังปากคลองผดุงกรุงเกษมแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ บริเวณตำหนักหม่อมเจ้านักขัตรมงคล ปัจจุบันเป็นที่พำนักของทายาทราชสกุลกิติยากร ต่อมาภายหลังเป็นวังเทเวศน์, บริเวณตำหนักหม่อมเจ้า ขจรจบกิตติคุณ กิติยากร ซึ่งต่อมาได้ขายที่ดินและตำหนักให้แก่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปีพ.ศ. 2508

8/27 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมการได้มีโอกาสเยี่ยมชม “พระตำหนักใหญ่” แห่งวังปากคลองผดุงกรุงเกษม คือประสบการณ์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับสู่ยุคอดีตของกรุงเทพฯ ยามที่ราชวงศ์และความงดงามของสถาปัตยกรรมโคโลเนียลผสมผสานกันอย่างลงตัว เมื่อเดินเข้าไปในพื้นที่ จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศสงบ ประกอบกับการจัดวางต้นไม้ร่มรื่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วยเติมเต็มให้พระตำหนักดูมีชีวิตชีวา แม้จะผ่านกาลเวลามากว่า 120 ปีแล้วก็ตาม การบูรณะพระตำหนักไม่เพียงแค่ฟื้นฟูสภาพอาคารปูนสีขาวให้กลับมาเงางามอีกครั้ง แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมโคโลเนียลไว้อย่างดี ในฐานะคนที่ชื่นชอบอ่านประวัติศาสตร์และเดินทางเยี่ยมชมสถานที่เก่าแก่แห่งนี้ทำให้ผมเข้าใจลึกซึ้งถึงความสำคัญของพื้นที่นี้ เพราะพระตำหนักไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งก่อสร้าง แต่มีเรื่องราวเชื่อมโยงกับพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ผู้ที่ทรงได้รับพระราชทานพระตำหนักจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทำให้ที่นี่ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ราชวงศ์ไทย อีกทั้งความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี พ.ศ. 2475 ที่มีผลต่อนิติกรรมของพื้นที่วังนี้ ก็สะท้อนให้เห็นการปรับตัวของพื้นที่และทายาทราชสกุลกิติยากรที่ต้องแบ่งขายและเปลี่ยนมือที่ดินอย่างเป็นระบบ ทำให้ตำหนักที่เคยเป็นที่พำนักเฉพาะกลุ่ม ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองที่เปิดกว้างมากขึ้น แนะนำให้ผู้ที่สนใจมุ่งหน้ามาเยี่ยมชมพระตำหนักใหญ่แห่งนี้ด้วยตัวเอง เพื่อสัมผัสทั้งความงดงามของสถาปัตยกรรมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของกรุงเทพฯ พร้อมกับยลโฉมวิวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของอดีตและปัจจุบันได้อย่างน่าประทับใจ

ค้นหา ·
วังปากคลองผดุงกรุงเกษม