เล่าให้ฟังกับทริปดีต่อใจ

น่าน....ไง

ทริป 4 วัน 3 คืน 4 คน รถ 1 คัน

*เริ่มด้วยออกเดินทางวันแรก

จาก กทม. สู่ น่านนคร ออก 04.00 น.

เข้าที่พักที่ #ปัวเดอะมูน

เป็นห้องสามเหลี่ยม มีแอร์ตู้

ห้องน้ำและห้องอาบน้ำ เป็นห้องแยก

ตกคนละห้าร้อยบาท พักกันสี่คนสองห้อง

มีอาหารให้สั่ง ทำทานเองก็ได้ บริการดี เป็นกันเอง

หลับพักผ่อน เอาแรงเพื่อที่จะเดินทางกันต่อ

**วันที่สอง

ตื่นเช้ามา ใกล้ที่พัก เดินเล่นไปจิบชา กาแฟ บรรยากาศเคล้าทุ่งนากันที่ #ต่อนยอนคาเฟ่

เดินทางกันต่อ ปลายทางคือ #หมู่บ้านสะปัน

โดยใช้เส้นทาง #ถนนลอยฟ้า 1715

แวะถ่ายรูปเล่น จุดชมวิว และจุดที่มีร้านอาหาร

ไว้ให้เติมพลังพุง

เมื่อมาถึงหมู่บ้านสะปัน ก็รอรถมารับเพื่อจะขึ้นไปชมวิว

ที่ #บ้านห้วยโทน เช่ารถชาวบ้านที่มีไว้ให้บริการ

หนึ่งพันแปดร้อยบาท

เป็นเวลาทั้งหมด บ่ายสามถึงหกโมงเย็น

วิวสวยมาก เมฆ หมอกตัดภูเขา

แสงแดดออกมาต้อนรับ

สวยแบบตะโกนว่าส๊วยยยยยย

หมดรอบบ้านห้วยโทน กับ หลากหลายจุดชมวิว

ก็ลงจากภูเขา มาพักคืนที่สองกันที่

ณ สะปันแค้มปิ้งสอง

เรานอนบ้านกะต๊อบริมน้ำ

สองห้อง ห้องละหนึ่งพันบาท

ตกคนละห้าร้อยบาท รึ จะกางเต็นท์ริมน้ำกันก็ได้นะคะ

วิวทุ่งนา หมอกดีต่อใจสุดๆ

มื้อเย็นก็ทำชาบูทานกันอย่างอร่อยเหาะไปเลย

พุงกางแล้วก็ถึงเวลาเอนกาย

***วันที่สาม

ตื่นมาชมหมอก ชมวิว สะใจกะธรรมชาติ

ทานอาหารเช้า ก็ได้เวลาเก็บเป๋าให้ตุง

แล้วเดินทางกันต่อ

หันหลังให้วิวสวยๆของบ้านห้วยหมีห้วยโทน

ก็แวะถ่ายรูปกันต่อที่ #สะพานข้ามแม่น้ำสะปัน

อยู่ใจกลางหมู่บ้าน สวยดีนะ สะพานทอดยาว

แต่สีแม่น้ำเป็นสีโอวันตินเชียวค่ะ

เพราะเป็นฤดูฝน สีน้ำแอบไม่ใส

แวะกันต่อที่ #อุ่นไอมาง บริการที่พักและเป็นคาเฟ่ด้วย

วิวที่นี่สวยงามมาก

สบายใจไปกับวิวสะปัน นั่งมองแม่น้ำไหลผ่านตา

แทบอยากจะหยุดเวลาไว้ที่หมู่บ้านแห่งนี้

มีเสน่ห์ชวนเพลินใจมากมาย

ไปกันต่อที่ #หลงเขาคาเฟ่

ออกจากหมู่บ้านสะปันเลี้ยวซ้ายไปตามถนน

ร้านจะอยู่ฝั่งขวา เป็นร้านกาแฟที่อยู่ท่านกลางทุ่งนา

และน้ำตกที่ไหลผ่าน แล้วคุณจะหลงรักที่นี่

เครื่องดื่มกับวิวปังๆมันฮีลใจเหลือเกิน

แวะทานข้าวกันที่ #บ่อเกลือน่าน

เดินทางล่องกลับไปตัวเมือง

โดยใช้ถนนที่ผ่าน #ถนนหมายเลขสาม

ก็ไม่พลาดที่จะจอดพักรถ และเก็บภาพบรรยากาศ

ถนนที่สวยมากโค้งตัวสุดตาเป็นเลขสาม

ไอติมที่นี่อร่อยนะคะ ลองอุดหนุนแม่ค้าแม่ขาย

เป็นอีกไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเลยละคะกับถนนตรงนี้

เดินทางกันต่อลงมาที่ตัวเมือง

แวะสักการะขอพร ที่ #วัดพระธาติเขาน้อย

ไหว้พระ ถ่ายภาพวิวเมืองน่าน ตระการตาสุดๆค่ะ

ไปกันต่อ สรรหาที่พัก คืนสุดท้าย

เลือกนอนกันที่ #เฮือนน่านนิทรา

ตกคนละสามร้อยห้าสิบบาท สี่คนสองห้องราคาพันสี่ร้อย

ตกกลางคืนก็สามารถไปเดินเล่นถนนคนเดินเดินเลือกซื้อของฝากกัน

หมดไปอีกวันกับเมืองน่าน

**** วันที่สี่ วันเดินทางกลับ

มาเริ่มวันใหม่กันด้วยเดินเล่นที่ #ศาลหลักเมืองน่าน

#อุโมงค์ลีลาวดี #วัดภูมินทร์

และสรรหาความอร่อยกันที่ร้าน #ข้าวซอยคุณยาย

จะบอกว่าห้ามพลาดร้านนี้ ข้าวซอยอร่อยมากมาย

และยังมีอาหารให้ได้สั่งอีกหลายเมนู

เที่ยงวัน

ได้เวลาเดินทางกลับกรุง

หลังจากหนีกรุงมาเที่ยวกันหลายวัน

ก็ยังแวะอยุธยาจัดหนักมื้อเย็นอันอีกมื้อ

แถวตลาดกลางอยุธยา

กุ้งเยิ้มๆ หมึกไข่นึ่งมะนาวยั่วๆ

ปลาทอดน้ำปลาตัวโตๆ

ยั่วกันสุดๆจ้า

และก็เดินทางถึง กทม โดยสวัสดิภาพ

ประมาณ สามทุ่ม

อิ่ม อร่อย วิวสวย นี่ละ #หลงรักการเดินทาง

#เที่ยวน่าน #น่าน

ค่าใช้จ่าย มากันสี่คน

หมดไปคนละ สี่พันห้าร้อยบาท

อย่าลืมหาเวลาพักสมองกันนะคะ

จบการรีวิวจ้า

ขอบคุณที่อ่านนะจ๊ะ เยิฟๆ

แล้วก็ถึง กทม 🍁🩵🌿

1 วันที่แล้วแก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมน่านเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติที่ผสมผสานกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลงตัว สำหรับทริป 4 วัน 3 คืนของเราได้เรียนรู้ว่าเมืองน่านไม่ได้มีแค่บรรยากาศสงบสวยงาม แต่ยังเต็มไปด้วยประสบการณ์หลากหลายที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายแอคทีฟ หนึ่งในประสบการณ์ที่ประทับใจมากคือการเดินทางไปหมู่บ้านสะปัน ซึ่งเป็นชุมชนเล็กๆ ที่รายล้อมด้วยทุ่งนาและภูเขาโดยรอบ เราใช้บริการรถเช่าของชาวบ้านเพื่อขึ้นไปยังบ้านห้วยโทน ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่อยู่สูงกว่าหมู่บ้านและสามารถเห็นทะเลหมอกลอยตัดกับภูเขาอย่างชัดเจน แสงแดดยามบ่ายที่สะท้อนผ่านหมอกช่วยเพิ่มความมหัศจรรย์ให้กับวิวนี้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวหลายแห่งในเส้นทางเดียวกัน ให้เราได้หยุดถ่ายภาพกันอย่างไม่ขาดสาย สำหรับสายคาเฟ่ต้องไม่พลาดร้านต่อนยอนคาเฟ่ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ที่พักปัวเดอะมูน บรรยากาศของร้านเต็มไปด้วยความร่มรื่นล้อมรอบด้วยทุ่งนา เหมาะกับการนั่งจิบกาแฟหรือชาทีละนิด เติมพลังก่อนเดินทางต่อ อีกทั้งหลงเขาคาเฟ่ ที่ตั้งอยู่กลางทุ่งนาและมีน้ำตกเล็กๆ ไหลผ่าน เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่ช่วยให้รู้สึกสดชื่นกับธรรมชาติและบรรยากาศที่เงียบสงบ เรื่องที่พักเราพักกันที่ "ณ สะปันแค้มปิ้งสอง" ซึ่งเป็นบ้านกะต้อริมน้ำ มีห้องพักราคาไม่แพง ตกคนละ 500 บาทต่อคืน เราสามารถเลือกกางเต็นท์ริมแม่น้ำในบรรยากาศเย็นสบายได้อีกด้วย คืนนี้เราได้ทำชาบูทานกันเองที่บ้านพัก บรรยากาศทุ่งนาและหมอกยามเช้าช่วยเพิ่มความรู้สึกผ่อนคลายอย่างมาก ดีต่อใจอย่างแท้จริง นอกจากความงดงามของธรรมชาติแล้ว น่านยังมีวัดวาอารามที่สวย มีประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษาอย่างวัดพระธาตุเขาน้อยและวัดภูมินทร์ ที่สามารถชมวิวเมืองและถ่ายภาพสวย ๆ รวมถึงถนนหมายเลขสามซึ่งเป็นเส้นทางโค้งรูปเลขสามสวยงาม โดยมีไอศกรีมท้องถิ่นอร่อย ๆ ให้ลองชิม ถือเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่เราได้รับจากการเดินทางในครั้งนี้ การเดินทางไปเมืองน่านในช่วงฤดูฝนก็มีเสน่ห์ในแบบของมัน น้ำในแม่น้ำอาจมีสีคล้ายน้ำโอวันตินตามธรรมชาติของช่วงนี้ แต่ก็เป็นภาพที่บ่งบอกถึงความสดชื่นและเขียวขจีของพื้นที่รอบๆ อย่างชัดเจน ทริปนี้มีค่าใช้จ่ายโดยประมาณคนละ 4,500 บาท ถือเป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่าทั้งประสบการณ์และบรรยากาศที่น่าประทับใจ สุดท้าย สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการเดินทางครั้งนี้คือ การเลือกที่พักและร้านอาหารที่เหมาะสมตามความต้องการของกลุ่ม ช่วยให้ทริปสนุกและสะดวกสบายมากขึ้น รวมถึงการวางแผนเส้นทางล่วงหน้าเพื่อไม่พลาดจุดเช็คอินสำคัญๆ อย่าง #บ้านห้วยโทน, #หมู่บ้านสะปัน, #ถนนลอยฟ้า, และ #วัดพระธาตุเขาน้อย ที่จะทำให้คุณหลงรักเมืองน่านไม่แพ้กัน