Automatically translated.View original post

Honestly, if your husband asked to buy another woman, would you? 😥

I sat down yesterday talking to a friend and she told me a story like... hey, really.

Her husband came to ask directly to ask to "buy and eat."

And our friend said, "Yeah, go."

She said she was bored and jealous so she wouldn't have to sit and catch the blame.

At that time, we were stunned. Like... speechless.

Not shocked that she gave, but more shocked myself that if it were us... what would we do?

And then we thought about it.

If our husband asks for that one day, let's go and eat straight away.

Shall we?

The answer immediately came up: "No, we can't."

It's not because we are so possessive that we will lose heart.

But for us, it's more a matter of "mind."

Is that if the person we love wants to find happiness elsewhere

It's like he doesn't want to be with us the same way. 😵‍💫 What about you?

# Peak story # Love experience ♪ This story must be told # Ask

2025/10/29 Edited to

... Read moreขอเสริมจากที่เราอ่าน/เจอคำถามแนว “ผู้หญิงซื้อกิน” นะคะ หลายคนอาจไม่ได้อยากดราม่า แต่อยากได้คำตอบที่จับต้องได้ว่า “ถ้าสามีขอไปซื้อกิน เราควรรับมือยังไง” เพราะมันกระทบทั้งความรู้สึก ความปลอดภัย และความไว้ใจแบบตรงๆ 1) แยกให้ชัดว่าเขา “ขอ” เพราะอะไร บางคนอ้างว่าเป็นแค่ความใคร่ บางคนบอกว่าอยากลอง บางคนมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์/ความใกล้ชิดในบ้าน ถ้าเรายังไม่รู้เหตุผลจริงๆ การตอบตกลงหรือปฏิเสธทันทีอาจกลายเป็นการปะทะมากกว่าแก้ปัญหา ลองถามตรงๆ แต่ไม่ประชด เช่น “ทำไมถึงอยากไป” “เราขาดอะไร หรือเราคุยกันเรื่องอะไรค้างอยู่ไหม” 2) ตั้ง “ขอบเขต” ของตัวเองก่อน ไม่ต้องรีบตัดสินใจ สำหรับหลายคน แค่คิดก็รับไม่ได้แล้ว นั่นคือขอบเขตที่ถูกต้องของเรา ไม่จำเป็นต้องฝืนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ เพราะฝืนไปมันจะกลายเป็นแผลในใจยาวๆ คำตอบอย่าง “ฉันไม่โอเค และไม่ยอม” เป็นสิทธิ์พื้นฐานมาก 3) อย่ามองข้ามเรื่องสุขภาพและความเสี่ยง ประเด็นซื้อบริการไม่ได้จบที่ความรู้สึกอย่างเดียว มันมีความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความเสี่ยงเรื่องความไว้ใจ/การโกหกตามมา ถ้าคู่รักยังพยายามผลักให้ “ยอม” อย่างเดียวโดยไม่สนใจความปลอดภัย นั่นเป็นสัญญาณอันตรายของความสัมพันธ์ค่ะ 4) ถ้าจะคุยให้รู้เรื่อง ให้คุยแบบมีเงื่อนไขและผลลัพธ์ ลองคุยให้ชัดว่า “นี่ถือเป็นการนอกใจไหม” “ถ้าทำแล้วความสัมพันธ์จะเป็นยังไง” บางคู่ต้องตกลงกันเรื่องกติกา (เช่น ไปไม่ได้เลย/ต้องบำบัดคู่/ต้องหยุดพฤติกรรมเสี่ยง) แต่ถ้าเขาไม่เคารพขอบเขตเรา ต่อให้ตั้งกติกาก็ไม่มีความหมาย 5) มองหาตัวช่วย ไม่ต้องแบกคนเดียว ถ้าคุยกันแล้ววนลูป เจ็บซ้ำ หรือเริ่มมีการกดดัน/ข่มขู่ แนะนำให้คุยกับนักบำบัดคู่ หรือคนที่ไว้ใจได้ เพื่อช่วยจัดความคิดและวางแผนชีวิตต่อ หลายครั้งคำว่า “ซื้อกิน” เป็นแค่ปลายเหตุ แต่รากคือการไม่เคารพกัน หรือปัญหาความสัมพันธ์ที่สะสมมานาน สุดท้าย เราว่าคำถามนี้ไม่มีคำตอบเดียว แต่มี “คำตอบที่เหมาะกับหัวใจเรา” ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ลองถามตัวเองว่า สิ่งที่เราต้องการจากชีวิตคู่คือความซื่อสัตย์ ความปลอดภัย และการเคารพกันแบบไหน แล้วค่อยตัดสินใจจากตรงนั้นค่ะ