ประกันโรคร้ายแรงเหมาะกับใคร และคนแบบไหนที่ควรทำไว้?
1.คนที่มีภาระทางการเงินสูง เช่น ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดูแลครอบครัว ภรรยา ลูก พ่อ แม่ หากเจ็บป่วยเงินก้อนจากประกันโรคร้ายแรงจะช่วยซัพพอร์ตได้
2.คนที่ทำงานที่มีรายได้จากการทำงานโดยตรง เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ เซลล์ เพราะหากป่วยหยุดงานขาดรายได้แน่นอน
3.คนที่ไม่มีสวัสดิการบริษัทที่ครอบคลุม ถึงมีประกันสุขภาพ แต่ประกันสุขภาพหลายแผน ไม่ได้ครอ บคลุม กรณีหยุดงานขาดรายได้ การดูแลรักษาระยะยาว หรือการรักษาแบบทางเลือก
4.คนที่ครอบครัวมีประวัติการเจ็บป่วย เช่น เบาหวาน ความดัน มะเร็ง หัวใจ ทำให้ อาจมีความเสี่ยงการเกิดโรคมากกว่าคนทั่วไป
5.มีเงินสำรองยังไม่มากพอ สำหรับรองรับการป่วยโรคร้ายแรง เพราะปัจจุบัน ค่ารักษาบางครั้งแค่หลักแสนยังไม่พอ
นอกจากนี้ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ยังสามารถนำมาพิจารณาในการทำประกันโรคร้ายแรงด้วย เช่น
•ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เครียดสะสม พวกนี้อาจทำให้เสี่ยงเป็นหลอดเลือดสมองได้
•ทานอาหารนอกบ้านบ่อย พวก หวาน มัน เค็ม
•ดื่มแอลกอฮอล์
•สูบบุหรี่
•หรือการใช้ชีวิตที่หนักเกินไป
หลักการคิดง่ายๆคือ ไลฟ์สไตล์ของเราเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน
แล้วหากมีการเจ็บป่วย การเจ็บป่วยนั้นจะผลต่อเรารุนแรงแค่ไหนค่ะ
ปรึกษาสอบถาม
วางแผนประกันชีวิต
ประกันควบการลงทุน
Line : prang_0611
FB : Maprang Suphaninee
#ประกันโรคร้ายแรง #ประกันโรคร้าย #ประกันชีวิต #aia #วางแผนการใช้เงิน
ประกันโรคร้ายแรงถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องความมั่นคงทางการเงินในยามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอย่างโรคร้ายแรง ที่ต้องใช้เงินก้อนจำนวนมากในการรักษาและดูแลระยะยาว จากประสบการณ์ส่วนตัวและที่ได้ปรึกษาคนใกล้ชิดหลายท่าน กลุ่มที่มีภาระทางการเงินสูง เช่น มีค่าใช้จ่ายผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ดูแลครอบครัว หรือต้องเป็นเสาหลักของบ้าน การทำประกันโรคร้ายแรงเลยเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะช่วยลดความกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายไม่คาดคิดได้อย่างดี นอกจากนี้สำหรับคนทำงานที่รายได้ขึ้นกับการทำงานโดยตรง เช่น ฟรีแลนซ์ เจ้าของธุรกิจ หรือเซลล์ เมื่อเจ็บป่วยแล้วจำเป็นต้องหยุดงาน เงินรายได้ที่ขาดไป อาจทำให้สถานการณ์ทางการเงินวิกฤตได้ ประกันโรคร้ายแรงจึงช่วยเติมเต็มความมั่นคงในช่วงเวลาที่ไม่มีรายได้ สิ่งที่ผมพบอย่างหนึ่งคือ หลายคนอาจยังมีประกันสุขภาพอยู่แต่กลับขาดความเข้าใจว่า ประกันสุขภาพทั่วไปมักไม่ครอบคลุมถึงการหยุดงานขาดรายได้ หรือค่ารักษาระยะยาว การมีประกันโรคร้ายแรงจึงตอบโจทย์ในส่วนนี้ได้ดี ส่วนที่น่าสนใจคือไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อการตัดสินใจทำประกัน เช่น คนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย เกิดความเครียดสะสม รวมถึงพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ความดัน และมะเร็ง เช่น การทานอาหารนอกบ้านบ่อย ทานหวาน มัน เค็ม ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ผมอยากเน้นว่าการเลือกทำประกันโรคร้ายแรงไม่ใช่แค่เรื่องอายุหรือประวัติครอบครัวเท่านั้น แต่ไลฟ์สไตล์ก็เป็นตัวชี้วัดที่ดีมากในการประเมินความเสี่ยงและวางแผนการเงินล่วงหน้า ดังนั้น การมีเงินสำรองที่ไม่เพียงพอสำหรับรองรับการรักษาโรคร้ายแรงที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งบางครั้งเกินหลักแสนบาทไปแล้ว ถือเป็นอีกสาเหตุสำคัญที่ควรทำประกันโรคร้ายแรงไว้ เพื่อไม่ให้กระทบกับคุณภาพชีวิตและภาระทางการเงินของคนรอบข้างด้วย สุดท้ายนี้ หากใครกังวลหรือสงสัยว่าสถานการณ์ทางการเงินและสุขภาพตัวเองเหมาะกับประกันโรคร้ายแรงหรือไม่ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือวางแผนการเงินส่วนบุคคลจะช่วยให้เราเลือกแบบที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดได้อย่างมั่นใจ