สิ่งที่ S24 Ultra มี แต่ S26 Ultra ให้ไม่ได้
ปัจจุบัน Galaxy S24 Ultra ยังเป็นมือถือตัวท็อปที่น่าใช้มากๆ และยังไม่จำเป็นต้องรีบอัปเกรดไป S26 Ultra หรอกครับ ถึงเวลาจะผ่านไป 2 ปี แต่ด้วยนโยบายอัปเดตของ Samsung กับสเปกที่อยู่ในรุ่นนี้ ทำให้เครื่องนี้ยังเจ๋งอยู่ครับ.
ผมจะสรุปข้อมูลสั้นๆ ว่าทำไม S24 Ultra ในปี 2026 ถึงยังน่าใช้ต่อ และมีตรงไหนที่สู้รุ่นใหม่อย่าง S26 Ultra ได้บ้าง.
1. สิ่งที่ S26 Ultra ให้ไม่ได้เหมือน S24 Ultra
- S24 Ultra ใช้เฟรมไทเทเนียมที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม ดุดัน และทนทานเป็นรอยยาก ในขณะที่ S26 Ultra ได้เปลี่ยนกลับไปใช้ Armor Aluminum 2 เพื่อลดน้ำหนักเครื่องลง ทำให้ S24 Ultra ได้เปรียบเรื่องความหรูหราของวัสดุเต็มๆ
- S26 Ultra ปรับดีไซน์ให้มีความโค้งมนที่มุมเครื่องมากขึ้นเพื่อให้จับถือสบายมือขึ้น แต่ถ้าใครชอบทรงเหลี่ยมแบบ "ตระกูล Note" แท้ๆ มีเอกลักษณ์ มา S24 Ultra ตอบโจทย์กว่า เพราะเป็นรุ่นสุดท้ายแล้วครับ.
- ถึง S26 Ultra จะอัปเกรดกล้องตัวอื่น แต่กล้องซูม 3x (10MP) ของ S24 Ultra ยังใช้เซนเซอร์ที่ใหญ่กว่านิดหน่อย ทำให้ถ่ายภาพคาเฟ่หรือ Portrait ได้คมชัดและมี Noise ต่ำมาก.
2. ทำไม S24 Ultra ในปี 2026 ถึงยังน่าใช้มากๆ?
- One UI 8.5 (Android 16) อัปเดตยาว 7 ปี ตอนนี้ S24 Ultra ก็ได้อัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดพร้อมกับ S26 Ultra แล้ว ฟีเจอร์และการจัดการหน้าตาเหมือนกั นเป๊ะ.
- ฟีเจอร์ AI หลักๆ อย่าง Circle to Search, Note Assist, แปลภาษาแบบเรียลไทม์ หรือระบบแต่งภาพอัจฉริยะอย่าง AI Eraser และการสร้างภาพ ถูกอัปเดตให้ S24 Ultra ทำงานได้ลื่นไหลไม่ต่างจากรุ่นใหม่
- S-pen แบบบลูทูธรุ่นสุดท้ายที่สามารถทำให้ปากกาเป็นรีโมทควบคุมสิ่งต่างๆ ระหว่างการใช้งานได้ ใช้สำหรับกดชัตเตอร์ ควบคุมกล้อง หรือลดการสัมผัสหน้าจอโดยใช้ S-pen ควบคุม หาไม่ได้แล้วในรุ่นใหม่กว่านี้.
- หน้าจอขอบแบน 6.8 นิ้ว จุดเด่นคือ "ลดแสงสะท้อนได้ถึง 75%" ซึ่งตอนนี้ก็ยังช่วยให้เวลาไปนั่งเช็ควิดีโอ หรือตัดคลิปตามคาเฟ่กลางแจ้ง จะมองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่งเลย.
3. เปรียบเทียบ S24 Ultra vs S26 Ultra
Galaxy S24 Ultra (ปี 2024)
- เฟรมไทเทเนียม (Titanium)
- จอ 6.8 นิ้ว (ลดแสงสะท้อน)
- ชิป Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy
- กล้องหลัก 200MP (f/1.7)
- กล้อง Ultra-wide 12MP
- ชาร์จไว 45W Wired / 15W Wireless
- หนัก 232 กรั ม
Galaxy S26 Ultra (ปี 2026)
- เฟรมอลูมิเนียม (Armor Aluminum 2)
- จอ 6.9 นิ้ว (ฟีเจอร์ Privacy Display)
- ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5
- กล้องหลัก 200MP (f/1.4 - ถ่ายที่มืดดีขึ้น)
- กล้อง Ultra-wide 50MP (คมชัดขึ้นเมื่อครอปภาพ)
- ชาร์จไว 60W Wired / 25W Wireless
- หนัก 214 กรัม (บางและเบาลง)
สรุปสั้นๆ 😆
ถ้าตอนนี้ใครที่เน้นทำคอนเทนต์ ถ่ายคลิปสั้นลง TikTok/Shorts คุมโทนสีภาพใน Lightroom หรือใช้งานทั่วไป S24 Ultra ผมว่าในปี 2026 นี้ยังเหลือๆ การประมวลผลยังตัดต่อวิดีโอได้ลื่น กล้องซูม 5x กับ 10x (Optical Quality) ยังคมกริบ และหน้าจอก็ยังสวยเป็นอันดับต้นๆ ของวงการเลย
ส่วนสิ่งที่ S26 Ultra ให้เพิ่มมาคือความแรงชิปล่าสุด การถ่ายในที่มืดที่ดีขึ้นและชาร์จไวขึ้น ซึ่งถ้ามองในแง่ความคุ้มค่า ส่วนต่างราคาที่ประหยัดได้จากการเลือกหรือใช้ S24 Ultra ต่อไป ถือว่าคุ้มค่ากว่ามากเลยครับตอนนี้!
.
จากประสบการณ์ส่วนตัวกับ Galaxy S24 Ultra พบว่าแม้จะมีอายุมานานกว่า 2 ปี แต่การใช้งานจริงยังให้ความรู้สึกพรีเมียมและตอบโจทย์ได้ดีมาก โดยเฉพาะเฟรมไทเทเนียมที่ให้สัมผัสแข็งแรงทนทาน แต่น้ำหนักก็ยังรับได้ไม่หนักเกินไป ตรงจุดนี้รู้สึก S24 Ultra ดูให้ความรู้สึกพรีเมียมกว่าที่เปลี่ยนเป็น Armor Aluminum ของ S26 Ultra นอกจากนี้หน้าจอขอบแบน 6.8 นิ้วที่ลดแสงสะท้อนได้ถึง 75% ก็รองรับการใช้งานกลางแจ้งได้ดีมาก ไม่ต้องเพ่งจอเวลาดูวิดีโอหรือตัดต่อคลิป อันนี้ช่วยให้ทำงานในที่สว่างได้มีประสิทธิภาพกว่าอย่างชัดเจน ในเรื่องกล้อง การที่ S24 Ultra ใช้เซ็นเซอร์กล้องซูม 3x (10MP) ที่ใหญ่กว่าทำให้ภาพถ่ายที่ต้องการความคมชัดสูงอย่างการถ่ายรูปคาเฟ่หรือ Portrait มี Noise ต่ำและรายละเอียดละเอียดขึ้นมาก เป็นข้อดีที่รู้สึกว่ายังคงเหนือกว่ากล้องบางตัวใน S26 Ultra แม้รุ่นใหม่จะมีกล้องที่อัปเกรดจำนวนพิกเซลสูงขึ้นก็ตาม ฟีเจอร์ AI เช่น Circle to Search, Note Assist, การแปลภาษาแบบเรียลไทม์ หรือ AI Eraser ถือว่าใช้งานได้ลื่นไหลไม่แพ้กับ S26 Ultra ทำให้ประสบการณ์ใช้งานจริงไม่ได้เหวี่ยงหรือขาดอะไรไป นอกจากนี้ S-pen Bluetooth รุ่นสุดท้ายที่มาพร้อมคุณสมบัติเป็นรีโมทรวมถึงควบคุมกล้อง ควบคุมชัตเตอร์ก็เป็นอีกจุดที่หลายคนชื่นชอบ แต่ไม่มีใน S26 Ultra ซึ่งถ้าใครชอบใช้ปากกาสไตลัสควบคุมเครื่อง นี่ถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ สำหรับผู้ที่สนใจตัดต่อวิดีโอ หรือสร้างคอนเทนต์ สเปกของ S24 Ultra ที่ใช้ Snapdragon 8 Gen 3 for Galaxy พร้อมด้วยประสิทธิภาพของกล้อง 5x และ 10x optical zoom ก็ยังเพียงพอและทำงานได้ลื่นไหลดีมาก และแม้จะมีน้ำหนักตัว 232 กรัม แต่รู้สึกมั่นคงเมื่อจับเครื่อง ขณะที่หน้าจอยังสวยและลดแสงสะท้อน จึงเป็นรุ่นที่ให้ความคุ้มค่าหากคุณไม่จำเป็นต้องรีบอัปเกรด อย่างไรก็ตาม S26 Ultra ก็มีข้อดีเรื่องชิปที่แรงกว่า, กล้องที่ถ่ายภาพที่มืดได้ดีขึ้น และชาร์จไวมากขึ้น หากต้องการอัปเกรดจริงๆ ก็ยังมีเหตุผลรองรับได้ แต่ถ้าเน้นความคุ้มค่าและวัสดุพรีเมียม S24 Ultra ยังยืนหนึ่งในปี 2026 นี้ได้อย่างดีเลยทีเดียว








