Flea per Flea "Crunchy Ink VS Super Crunchy" Who's cooler? # Addicted Life
Punch per punch "Super Crunchy VS Ink" Who's cooler?# Life is addicted to marketing # bizthailand # TikkUni # Crunchy ink # Super crunchy
ตลาดสแน็คหมึกกรุบในประเทศไทยปี 2024 กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีสองแบรนด์ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ได้แก่ “หมึกกรุบ” และ “ซุปเปอร์กรุบ” ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างมีจุดเด่นและกลยุทธ์ที่แตกต่างกัน หมึกกรุบและซุปเปอร์กรุบเป็นแบรนด์ที่จับกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ชื่นชอบขนมขบเคี้ยวรสชาติกลมกล่อมและกรุบกรอบ โดยในด้านราคา เฉลี่ยของแต่ละแบรนด์อยู่ที่ประมาณ 4.1 บาทต่อซอง ทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย และยังมีการวางจำหน่ายในช่องทางร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มหลักของการกระจายสินค้า ในแง่ของรสชาติ ทั้งสองแบรนด์มีหลากหลายรสชาติให้เลือก โดยซุปเปอร์กรุบมีจำนวนรสชาติที่น่าสนใจถึง 5 รสชาติ เพื่อตอบโจทย์ทุกรสนิยมของลูกค้า นอกจากนี้ซุปเปอร์กรุบยังเน้นการมีไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันสูง (1.5%) ซึ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ ด้านผลประกอบการ ในปี 2567 หมึกกรุบมีรายได้สูงกว่าเล็กน้อย แต่ซุปเปอร์กรุบมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแผนขยายช่องทางขายเพิ่มเติม รวมถึงการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อรักษาความน่าสนใจในตลาด เมื่อเปรียบเทียบกันจริงๆ ใครจะ “เจ๋งกว่า” คงขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละคน ทั้งนี้ผู้บริโภคควรพิจารณาด้านคุณภาพ ขนาดบรรจุภัณฑ์ รสชาติ และราคาเพื่อให้ได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุด หากคุณชอบรสชาติกรอบที่หลากหลายและใส่ใจสุขภาพ ซุปเปอร์กรุบอาจตอบโจทย์ได้มากกว่า แต่ถ้าต้องการความคุ้มค่าและมีตัวเลือกในตลาดกว้าง หมึกกรุบก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย สุดท้ายนี้ การแข่งขันระหว่างแบรนด์ทั้งสองไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น แต่ยังช่วยส่งเสริมให้ตลาดสแน็คหมึกกรุบไทยเติบโตและมีนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องในอนาคต








































































