Automatically translated.View original post

Top 10 countries hit by "Scammers, fooling the most money" in the world # Chievi

2025/10/23 Edited to

... Read moreหลายคนถามว่า “สแกมเมอร์คืออะไร” แบบสั้นๆ คือกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้การหลอกลวง (social engineering) ผ่านโทรศัพท์ ข้อความ โซเชียล อีเมล หรือเว็บปลอม เพื่อให้เราโอนเงิน/ให้รหัส/ให้ข้อมูลส่วนตัว จุดที่น่ากลัวคือเขาไม่ได้เก่งเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่เก่ง “ทำให้เรารีบ” และ “กลัว” เช่น อ้างเป็นธนาคาร ตำรวจ พัสดุตกค้าง หรือชวนลงทุนผลตอบแทนสูง จากลิสต์ 10 ประเทศที่โดนหลอกเงินมากที่สุดในโลกที่หลายคนแชร์กัน จะเห็นว่ามีทั้งประเทศใหญ่และประเทศยุโรปบางแห่ง (เช่น อเมริกา จีน เยอรมนี เดนมาร์ก ฯลฯ) ซึ่งทำให้เข้าใจว่า “สแกมเมอร์ไม่ได้เลือกประเทศ” แต่เลือก “ช่องทางที่คนใช้เยอะ” และ “ความไว้ใจ” ในระบบออนไลน์ ยิ่งคนทำธุรกรรมออนไลน์มาก โอกาสโดนก็เพิ่มตาม ถ้าสงสัยว่า “ประเทศที่มีสแกมเมอร์มากที่สุด” ให้มองว่าเป็นภาพรวมจากข่าว/สถิติการร้องเรียนและความเสียหาย มากกว่าการเหมารวมว่าคนประเทศนั้นเป็นมิจฉาชีพทั้งหมด (อันนี้สำคัญมาก) เพราะเครือข่ายสแกมมักข้ามประเทศ ใช้ซิม-บัญชีม้า-คอลเซ็นเตอร์ และย้ายฐานได้ตลอด เช็กลิสต์ความปลอดภัยในการใช้คอมพิวเตอร์/มือถือ ที่ผมใช้เองแล้วช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ: 1) ตั้งสติ “หยุด 10 วินาที” ก่อนกดลิงก์/ก่อนโอน ทุกอย่างที่เร่งให้ทำทันที = ธงแดง 2) ไม่บอกรหัส OTP / PIN / รหัสหลังบัตร ไม่ว่าปลายสายจะอ้างเป็นใคร 3) ตรวจสอบ URL ทุกครั้ง (สะกดแปลก มีขีด/ตัวอักษรเกินๆ) และอย่าล็อกอินผ่านลิงก์ในแชต 4) เปิด 2FA ทุกบัญชีสำคัญ (อีเมล/โซเชียล/ธนาคาร) และใช้รหัสผ่านไม่ซ้ำกัน 5) อัปเดตระบบและแอปสม่ำเสมอ + ติดตั้งแอปจากสโตร์เท่านั้น 6) ระวัง “งานออนไลน์/ลงทุน” ที่การันตีผลตอบแทน หรือให้โอนค่าธรรมเนียมก่อน ส่วนคำถาม “จับสแกมเมอร์” ถ้าเราโดนหรือกำลังจะโดน สิ่งที่ช่วยได้จริงคือเก็บหลักฐานให้ครบ: สลิปโอน แชต เบอร์โทร ลิงก์ เว็บไซต์ ชื่อบัญชี วันเวลา แล้วรีบติดต่อธนาคารเพื่ออายัด/แจ้งเหตุ และแจ้งความ/แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ยิ่งเร็ว โอกาสตามเงินคืนยิ่งมาก สุดท้าย ถ้าเจอคอนเทนต์แนว “ไทยศูนย์กลางสแกมเมอร์โลก?” หรือข่าวแรงๆ แนะนำอ่านแบบใช้เหตุผล อย่าเหมารวมคนทั้งประเทศ แต่ให้โฟกัสที่การป้องกันตัวเอง—เพราะไม่ว่าอยู่ประเทศไหน ถ้าเรารู้ทันกลโกง โอกาสเสียหายจะลดลงมากครับ