“ลมหายใจสุดท้าย “กรมดำรง”
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
พระราชโอรสรัชกาลที่ 4 ต้นราชสกุลดิศกุล
ประสูติ 21 มิถุนายน 2405
สิ้นพระชนม์ในสมัยรัชกาลที่ 8
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2486 พระชันษา 81 ปี
ในบั้นปลายพระชนม์ชีพ
ทรงเริ่มประชวรด้วยโรคพระหทัยพิการ
แต่ไม่มีพระอาการประชวรหนักถึงลงบรรทม
แต่ทรงเหนื่อยเพลียและพระบาทบวมบ่อยขึ้น
กระทั่งวันที่ 27 พฤศจิกายน 2486
ทรงรู้สึกเหนื่อยมากหลังจากทรงพระนิพนธ์
คำนำและคำอธิบาย (ยังไม่จบ) หนังสือเรื่อง
เจ้านายพระชันษายืน เพื่อจะประทานให้แจก
ในงานฉลองพระชันษาครบ 60 ปี
ของกรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไกร
ในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนั้น
แพทย์มาตรวจพระอาการเห็นว่า
ทรงอ่อนเพลีย ถวายยาฉีดแล้วทรงสบายขึ้น
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2486 เวลา 13.40 น.
จึงสิ้นพระชนม์
หม่อมเจ้าพูนพิสมัย ดิศกุล
ทรงเล่า “ลมหายใจสุดท้ายกรมดำรง” ไว้ว่า
“เสด็จพ่อไม่ทรงมีพระอาการว่า
จะสิ้นพระชนม์แต่อย่างหนึ่งอย่างใด
นอกจากเพลียแล้วหมอถวายยาฉีดให้หลับพัก
ข้าพเจ้าเคยเห็นทรงเป็นเช่นนี้
มาหลายครั้งหลายหนในปีนัง
จึงมิได้คิดว่าจะสิ้นดังหมอและคนอื่นๆ วิตก
ถึงเวลาบ่ายโมงบรรทมตื่นเรียกนมกับกาแฟ
ที่เสวยค้างไว้แต่เช้าจะเสวยต่อ
หญิงเหลือเป็นผู้ป้อนนมนั้นถวาย
ยังตรัสถามข้าพเจ้าได้ว่า ‘นมกับอะไร?’
ข้าพเจ้าทูลว่า ‘นมกับกาแฟ
หมออยากให้เสวยได้มากๆ จะได้ช่วยพระกำลัง’
ท่านก็ยิ้มรับ และหันไปดูลูกชาย
ที่ยืนอยู่สองข้างด้วยจำได้
พระเนตรพระกรรณพระฉวีแดงดีเป็นปรกติ
ครั้นต่อมาอีก 40 นาทีก็ทรงดูไฟฟ้า
กลางห้องแล้วพระเนตรก็หรี่ลงๆ เหมือนหลับไป
ข้าพเจ้านั่งอยู่ข้างๆ ก็นึกว่าหลับ
หยิบยาดมเข้าไปถวายที่พระนาสิก
แต่ไม่เห็นทรงทำท่าสบายดังเคยมา
หญิงพิลัยกระซิบว่า ‘ไปแล้ว’
ข้าพเจ้ายังเอ็ดว่าอย่าอึกทึก
เมื่อเห็นไม่สููดยาดมแล้วจึงสงสัย
เรียกนางพยาบาลมาจับพระชีพจรอยู่นาน
จนเขาสั่นหน้า ข้าพเจ้าจึงรู้ว่าข้าพเจ้าถูกทิ้งไว้
ในโลกบ้านี้ตามลำพัง”
ได้รับพระราชทานพระโกศกุดั่นใหญ่ทรงพระศพ
ที่มา
บทความ “ลมหายใจสุดท้าย “กรมดำรง”
พระราชอนุชาคู่พระทัยรัชกาลที่ 5”
เว็บไซต์ : ศิลปวัฒนธรรม
🙏🙏🙏Cr.ขอขอบคุณข้อมูลความรู้ดีๆจาก FB.THAI Classic
#lemon8ไดอารี่ #มะลิพากินพาใช้มาแชร์ #เรารักราชวงค์จักรี #มะลิกินแอ่วนอนนวด #เรารักราชวงค์จักรี
กรมพระยาดำรงราชานุภาพนอกจากจะเป็นพระราชโอรสของรัชกาลที่ 4 แล้ว ยังทรงเป็นบุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยที่มีบทบาทต่อการพัฒนาประเทศอย่างลึกซึ้ง ช่วงท้ายชีวิตของพระองค์นั้น แม้จะทรงพระประชวรด้วยโรคพระหทัยพิการซึ่งเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว แต่พระองค์ก็ยังทรงประทับใจในความสงบและมีพระอาการที่ไม่ทรงทุกข์ทรมานหนักจนกระทั่งสิ้นพระชนม์ นับเป็นช่วงเวลาที่แสดงถึงความเข้มแข็งและความสง่างามแห่งพระองค์อย่างแท้จริง ผู้ที่ใกล้ชิดกับพระองค์ได้เล่าถึงขณะลมหายใจสุดท้ายว่า แม้พระองค์จะมีความอ่อนเพลีย แต่ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในการสื่อสารอย่างชัดเจน โดยรับประทานอาหารและดื่มนมกับกาแฟตามปกติ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระองค์ยังมีจิตใจแจ่มใสและยินดีรับความช่วยเหลือจากแพทย์และเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ การกล่าวคำสุดท้ายของพระองค์กับบุตรคือสิ่งที่สะท้อนถึงความผูกพันของพระองค์ในครอบครัวอย่างอบอุ่น ในอีกมุมหนึ่ง พระโกศและพิธีพระราชทานเพื่อน้อมรำลึกถึงพระองค์ แสดงให้เห็นถึงความเคารพยิ่งและความรักที่คนในราชวงศ์จักรีและประชาชนมีต่อกรมพระยาดำรงราชานุภาพ นอกจากจะเป็นบุคคลสำคัญด้านประวัติศาสตร์แล้ว พระองค์ยังเป็นต้นแบบของความซื่อตรงและความรับผิดชอบที่ควรค่าแก่การนำมาเป็นแบบอย่างในยุคปัจจุบัน การศึกษาประวัติและเรื่องราวชีวิตของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเห็นภาพความรักและความผูกพันในราชวงศ์จักรี แต่ยังเป็นโอกาสให้คนไทยทุกคนได้ทบทวนคุณค่าความอ่อนโยนและความยิ่งใหญ่แห่งความเป็นมนุษย์ที่พระองค์ได้แสดงไว้ในช่วงบั้นปลายชีวิตอย่างสมศักดิ์ศรีและสง่างาม




