สิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชมประเทศไทยมากที่สุด คือความ...
สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก
และสมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก แห่งภูฏาน
ทรงรับการถวายปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์
จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๘
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน
มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า
"…สิ่งที่ข้าพเจ้าชื่นชมประเทศไทยม ากที่สุด
คือความสุขุมรอบคอบ คือปัญญาที่รู้ว่าเมื่อใด
ควรยืดหยุ่น และเมื่อใดควรยืนหยัดอย่างมั่นคง
สัญชาตญาณแห่งความสมดุลนี้คือสิ่งที่
ทำให้ประเทศไทยยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ สะดุดล้ม และสิ่งนี้
จะนำพาประเทศไทยก้าวไปได้ไกลในอนาคต…"
ที่มา : Khaosod - ข่าวสด
🙏🙏🙏Cr.ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก FB.Thai Classic
#มะลิกินแอ่วนอนนวด #มะลิพากินพาใช้มาแชร์ #แอ่วประวัติศาสตร์ #TiktokUni #มะลิสวยเสกได้ @มะลิเตียวแอ่วเหนือ @สวย เฟริมอ่อนวัย style marli @ViangPing massage by Namarli @แจสมินพาใช้กินแอ่ว @แจสมินพาใช้กินแอ่ว @แจสมินพาใช้กินแอ่ว
จากพระราชดำรัสของสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งภูฏาน เราจะเห็นได้ว่าความสุขุมรอบคอบนั้นไม่ใช่เพียงแค่การอดทนหรือความนิ่งเฉยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรู้จักใช้อุปกรณ์ทางปัญญาในการวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจในเวลาที่เหมาะสม เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงกล่าวว่า "ปัญญาที่รู้ว่าเมื่อใดควรยืดหยุ่น และเมื่อใดควรยืนหยัดอย่างมั่นคง" นี่คือกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยมีความยั่งยืนในการพัฒนาและอยู่รอดอย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตหลากหลายมักจะยืนยันว่าความสุขุมรอบคอบช่วยให้เราหลีกเลี่ยงปัญหาที่เกิดจากการตัดสินใจที่รีบร้อน และช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้อื่น อีกทั้งยังเป็นรากฐานของความสงบสุขในสังคม ในฐานะที่เป็นผู้ที่เติบโตในสังคมไทย การได้ยินคำชื่นชมนี้จากพระราชาธิบดีแห่งภูฏานเป็นแรงบันดาลใจให้เราเห็นคุณค่าและความภูมิใจในวัฒนธรรมไทยที่ผสมผสานความยืดหยุ่นกับความมั่นคงได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ คำสอนเช่นนี้ยังสามารถนําไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับความท้าทายในงานหรือความสัมพันธ์ส่วนตัว การมีสติรู้ตัวและเลือกตอบสนองอย่างเหมาะสมในทุกสถานการณ์คือการแสดงออกอย่างแท้จริงของคนที่มีความสุขุมรอบคอบ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้ประเทศไทยก้าวหน้าต่อไปอย่างมั่นคงและสมดุลตามที่พระราชาธิบดีแห่งภูฏานได้กล่าวไว้



