ปาฏิหาริย์พระปฐมเจดีย์
ปาฏิหาริย์พระปฐมเจดีย์
เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2452 เวลา 00.55 น.
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า
เสด็จประทับ ณ พระราชวังสนามจันทร์ ได้ทอดพระเนตร
พระปฐมเจดีย์มีแสงสว่างไปทั้งองค์เหมือนตามไฟ
แต่สีเป็นสีคล้ายหิ่งห้อย
ดูกันอยู่เป็นนานจนเวลา 7 ทุ่ม 12 นาที (01.12 น.)
รวม 17 นาที รัศมีตอนบนตั้งแต่ยอดมงกุฎจนหมดปล้องไฉน
แลวูบหาย ไป
เหตุอัศจรรย์ในครั้งนั้นมีผู้เห็นเหตุการณ์จำนวน 68 คน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเหรียญที่ระลึก
ด้านหน้าเป็นรูปธรรมจักร ด้านหลังจารึกข้อความระบุ
วัน เวลาที่เกิด พระปฐมปาฏิหาริย์ พระราชทานเป็นที่ระลึก
ต่อมาในปี 2457 พระองค์ได้ทอดพระเนตรปาฏิหาริย์
ของพระปฐมเจดีย์อีกครั้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สร้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนย ขึ้นที่ชาลาพระที่นั่ง
พิมานปฐม พระราชวังสนามจันทร์ เป็นอนุสรณ์อีกคำรบ
เหตุการณ์นี้มีข้อสันนิษฐานตามความรู้ทางวิทยาศาสตร์
ว่าเกิดจากปฏิกิริยาของธาตุ เช่น ฟอสฟอรัส ที่ปะปน
อยู่ในวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง
แม้จะทรงสันนิษฐานโดยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
แต่กระนั้นก็นับเป็นเหตุที่ยังให้เกิดความปีติยินดี
แก่บุคคลผู้ได้พบเห็นเป็นประจักษ์พยาน และสะท้อน
ให้เห็นถึงพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาต่อ
องค์พระปฐมเจดีย์อันเป็นปูชนียสถานสำคัญแห่งหนึ่ง
ของชาติไทย
Credit
tiktok: ตามใจท่าน
@tamchaithan6
💯🙏🙏🙏ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก FB.Thai Classic
#lemon8ไดอารี่ #มะลิแอ่วประวัติศาสตร์ #มะลิพากินพาใช้มาแชร์ #มะลิสวยเสกได้ # ป้าไม่สะดวกแก่
ในฐานะผู้ที่ชื่นชอบและสนใจในประวัติศาสตร์และปาฏิหาริย์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมไทย ฉันเองได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมพระปฐมเจดีย์และได้รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับแสงสว่างลึกลับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2452 ผ่านทางบันทึกและเล่าขานของชาวบ้านในพื้นที่ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นเมื่อยืนอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ คือความสงบและความลึกลับที่ยังคงปกคลุมทำให้คิดถึงปาฏิหาริย์ดังกล่าว เหตุการณ์แสงสว่างเฉพาะส่วนที่เกิดขึ้นในเวลากลางคืน และคงอยู่เป็นเวลาหลายนาทีจนถึงวูบหายไป เป็นสิ่งที่ยากจะอธิบายได้โดยง่าย แม้จะมีการสันนิษฐานทางวิทยาศาสตร์ว่ามาจากปฏิกิริยาของแร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัสในวัสดุก่อสร้าง แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ลดทอนความศรัทธาและความปีติของผู้ที่ได้เป็นพยานเหตุการณ์นั้นเลย นอกจากนี้ การที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าฯให้สร้างพระที่นั่งปาฏิหาริย์ทัศไนยขึ้นเป็นอนุสรณ์ ยังสะท้อนให้เห็นว่าปาฏิหาริย์นี้มีความหมายและส่งผลต่อจิตใจของคนในยุคนั้นอย่างลึกซึ้ง จากประสบการณ์ส่วนตัว การได้เข้าไปเดินชมบริเวณพระราชวังสนามจันทร์และพระปฐมเจดีย์ ทำให้เข้าใจถึงความสำคัญของสถานที่นี้ทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ศาสนา และวัฒนธรรม การเล่าเรื่องปาฏิหาริย์พระปฐมเจดีย์จึงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าธรรมดา แต่เป็นการเชื่อมโยงระหว่างความศรัทธาและความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างน่าทึ่ง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการมองโลกในมุมที่หลากหลาย สุดท้ายนี้ ฉันอยากชวนทุกคนที่สนใจประวัติศาสตร์ไทยและเรื่องราวศักดิ์สิทธิ์ ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเองและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพราะบางครั้ง เรื่องราวที่ถูกเล่าขานผ่านกาลเวลา ก็ยังมีพลังที่จะสร้างความประทับใจและความเข้าใจในมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่เราคาดคิด




