Slow down.. far away.
1. Gonu, Maaso, Gimanantho
Nijalite Consciousness
Anthagaren, transfer.
Pt. No. 16
Why are you happy?
In when the world
It is burning forever.
They're right.
The darkness covered the eyes.
Don't seek
The light is different.
What this laughter, what this joy
When the world is ever on fire?
Shrouded all about by darkness,
Will you not then look for light?
2. The mind is falling.
Aruka Samut.
Ah, pluralism.
Nutthi Thutthi 110
Look at that body.
This beautiful
Full of wounds.
Built with bones.
So much with disease.
Very much with longing thought
Can't find permanent sustainability
Behold, this beautiful body,
A mass of sores, a bone-gathering,
Diseased and full of hankerings,
With no lasting, no persistence.
3. Principality.
Old disease.
Bhuti Puti Sai.
My life is 1848.
This body is old.
It's home to disease.
Break, easy to break
This rotten body.
Chak is broken, broken
Because of life
Ends at death.
Thoroughly worn out is this body,
A net of diseases and very frails.
This heap of corruption breaks to pieces.
For life, indeed, ends in death.
4. Yani Mani.
Alapunei substance
Gapotkani Atheni
Tani Thisavan, the 19th.
These bones.
There is white like the color of a pigeon.
Not wanted by anyone.
Like gourds in the season
Looks unpleasant
As gourds are cast away in autumns,
So are these dove-hued bonds.
What pleasure is there found
For one who looks at themselves?
ในชีวิตประจำวัน เรามักเผลอหลงใหลในสิ่งต่างๆ ที่สร้างความสุขชั่วคราว แต่แท้จริงแล้วความสุขเหล่านั้นมักเป็นแค่เพียงภาพลวงตาที่ปกปิดความไม่เที่ยงแท้ของชีวิตและร่างกาย ดังที่บทกลอนในบทความได้เตือนใจให้เราชะลอใจให้ไกลกิเลส เพราะเมื่อใจห่างไกลจากความอยากได้อยากมีแล้ว เราจะสามารถเข้าถึงแสงสว่างที่แท้จริงซึ่งไม่สาธารณะเหมือนแสงจากมรรคปัญญา กิเลสเป็นต้นเหตุของความทุกข์และความไม่สงบจิตใจ การที่ใจถูกบดบังด้วยความอยากและราคะทำให้เรามองไม่เห็นความจริงในโลกและในตัวเราเอง เหมือนกับที่บทความได้เปรียบเทียบโลกที่กำลังลุกเป็นไฟและความมืดมิดปิดบังตา การแสวงหาแสงสว่างนั้นจึงเป็นความพยายามค้นหาปัญญาและความจริงเพื่อปลดปล่อยตัวเองจากทุกข์ ร่างกายของเรานั้นแม้จะสวยงามภายนอก แต่มันเต็มไปด้วยแผลภัยและโรคภัยต่างๆ ตามที่บทความได้กล่าวว่า เป็นร่างกายที่เต็มไปด้วยแผล สร้างขึ้นด้วยกระดูก และมากด้วยโรค ร่างกายไม่อาจยั่งยืนได้และย่อมแตกสลายในที่สุด เราจึงควรเห็นร่างกายในมุมที่เป็นจริง ไม่หยิบยื่นความหลงผิดให้เกิดขึ้น จึงจะช่วยให้ใจไม่ผูกพันติดกับร่างกายซึ่งเป็นสิ่งไม่เที่ยง นอกจากนี้ บทความยังเปรียบเทียบกระดูกของเรากับน้ำเต้าในฤดูสารทที่ถูกละทิ้งอย่างไม่มีใครต้องการ ช่วยให้เข้าใจได้ว่าร่างกายที่ปลดเปลื้องแล้วนั้นไม่ควรเป็นที่ยึดเหนี่ยวใจหรือยึดมั่นในความงามภายนอก เพราะชีวิตและร่างกายล้วนเป็นธรรมชาติที่ต้องเดินสู่ความตาย สิ่งสำคัญคือการฝึกฝนใจให้รู้เท่าทันทุกข์และกิเลส เพื่อให้สามารถปล่อยวางได้อย่างแท้จริง การชะลอใจไม่ใช่เพียงการนิ่งเฉย แต่คือการสร้างความตระหนักรู้และปัญญาที่จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของกิเลสและความหลงใหล ทางพุทธศาสนาเน้นให้เราฝึกเจริญสติรู้ทันความคิดและความรู้สึก รวมถึงเข้าใจสภาพของร่างกายและจิตใจอย่างลึกซึ้งเพื่อนำมาซึ่งความสงบและความสุขที่แท้จริง ท้ายที่สุด การชะลอใจให้ไกลกิเลสนี้จึงเป็นสิ่งที่วิเศษกว่าชะลอวัย เพราะช่วยให้ชีวิตของเรามีความหมายแท้จริง มีความสงบ และปลอดภัยจากทุกข์ใดๆ ที่เกิดจากการยึดมั่น ถือมั่นในสิ่งไม่เที่ยง ลองฝึกฝนตั้งแต่วันนี้ด้วยการทบทวนความจริงของชีวิตและร่างกาย พร้อมกับหาแสงสว่างแห่งปัญญามาเป็นที่พึ่งใจ เพื่อเดินทางสู่ความสุขยั่งยืนอย่างแท้จริง คำสำคัญ: ชะลอใจ, กิเลส, ร่างกายไม่เที่ยง, ปัญญา, แสงสว่าง, ความทุกข์, ธรรมะ, สติ, พุทธศาสนา





























































