มลทินคือสนิมกินใจ..จัญไรบรรเจิดแน่

#จิตเป็นนาย ..กายขี้ข้า

๑.มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฺฐา มโนมยา มนสา เจ ปทุฎฺฌฐน ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ จกฺกํว วหโต ปทํ ฯ๑ฯ

ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง

ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง)

สรรพสิ่งสำเร็จได้ด้วยใจ

ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจชั่ว

ความทุกข์ย่อมติดตามตัวเขา

เหมือนล้อหมุนเต้าตามเท้าโค

Mind foreruns all mental conditions, Mind is chief, mind-made are they; If one speak or acts with a wicked mind, Then suffering follows him Even as the wheel the hoof of the ox.

๒. มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฎฺฐา มโนมยา มนสา เจ ปสนฺเนน ภาสติ วา กโรติ วา ตโต นํ สุขมเนฺวติ ฉายาว อนปายินี ฯ๒ฯ

ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง

ใจเป็นใหญ่(กว่าสรรพสิ่ง)

ถ้าพูดหรือทำสิ่งใดด้วยใจบริสุทธิ์

ความสุขย่อมติดตามเขา

เหมือนเงาติดตามตน

Mind foreruns all mental conditions, Mind is chief,mind-made are they; If one speaks or acts with a pure mind, Then happiness follows him Even as the shadow that never leaves.

๕. อุฎฺฐาเนนปฺปมาเทน สญฺญเมน ทเมน จ ทีปํ กยิราถ เมธาวี ยํ โอโฆ นาภิกีรติ ฯ๒๕ฯ

ด้วยความขยัน ด้วยความไม่ประมาท

ด้วยความสำรวมระวัง

และด้วยการข่มใจตนเอง

ผู้มีปัญญาควรสร้าง

เกาะ(ที่พึ่ง)แก่ตนเอง

ที่ห้วงน้ำ(กิเลส) ไม่สามารถท่วมได้

By diligence, vigilance, Restraint and self-mastery, Let the wise make for himself an island That no flood can overwhelm.

๖.ปมาทมนุยุญฺชนติ พาลา ทุมฺเมธิโน ชนา อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฎฺฐํว รกฺขติ ฯ๒๖ฯ

คนพาล ทรามปัญญา

มักมัวประมาทเสีย

ส่วนคนฉลาด

ย่อมรักษาความไม่ประมาท

เหมือนรักษาทรัพย์อันประเสริฐ

The ignorant, foolish folk Induge in heedlessness, But the wise preserve heedfulness As their greatest treasure.

๗. มา ปมาทมนุยุญฺเชถ มา กามรติสนฺถวํ อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ ฯ๒๗ฯ

พวกเธออย่ามัวประมาท

อย่ามัวเอาแต่สนุกยินดี

ในกามคุณอยู่เลย

ผู้ไม่ประมาท

เพ่งพินิจตามความเป็นจริงเท่านั้น

จึงจะบรรลุถึงความสุขอันไพบูลย์ได้

Devote not yourselves to negligence; Have no intimacy with sensuous delights. The vigilant, meditative person Attains sublime bliss.

1/27 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเข้าใจธรรมะเกี่ยวกับใจเป็นเรื่องสำคัญที่ผมได้เรียนรู้และนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ประโยคที่กล่าวว่า "ใจเป็นผู้นำสรรพสิ่ง" ทำให้ผมตระหนักได้ว่าความคิดและจิตใจมีผลอย่างยิ่งต่อการกระทำและความสุขของเราจริงๆ ครั้งหนึ่งผมเคยผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความโกรธและความทุกข์ จนรู้สึกเหมือนมีมลทินหรือสนิมกัดกินใจ ทำให้ไม่สามารถมีสมาธิหรือความสุขได้เลย แต่เมื่อเริ่มฝึกสติและระวังใจ ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกด้านลบควบคุมตัวเอง ความทุกข์ก็เริ่มลดลงและความสุขเริ่มเข้ามาแทนที่ บทโศลกในบทความที่ว่าหากพูดหรือลงมือทำด้วยใจชั่ว ความทุกข์จะตามเหมือล้อหมุนตามเท้าโค ส่งเสริมให้เราระลึกเสมอว่า "ใจ" เป็นแหล่งที่มาของทุกความรู้สึก ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ การฝึก "ข่มใจ" ด้วยความขยันและไม่ประมาทจึงเป็นหนทางสำคัญในการสร้างเกาะที่มั่นคงต่อสู้กับกิเลสต่างๆได้ ผมมักใช้คำแนะนำเรื่องการสำรวมระวังใจในการจัดการกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ทำให้การตัดสินใจดีขึ้น และสามารถรักษาความไม่ประมาทได้ดีขึ้นตามที่กล่าวไว้ว่าคนฉลาดรักษาความไม่ประมาทเหมือนรักษาทรัพย์อันประเสริฐ อีกทั้งการไม่ยึดติดกับกามคุณและเพ่งพินิจตามความเป็นจริง ทำให้ผมเข้าใจว่าการปล่อยวางและไม่หลงเพลิดเพลินในสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขที่แท้จริง ความสุขไพบูลย์นี้ไม่ใช่แค่ความสุขทางกายหรือใจชั่วคราว แต่เป็นความสงบและความสุขอันยั่งยืนที่เกิดจากจิตที่บริสุทธิ์ ดังนั้น การน้อมนำคำสอนเหล่านี้มาปรับใช้ในชีวิตจริง จะช่วยให้เราสามารถล้างมลทินภายในใจ และสร้างจิตใจที่มั่นคงสงบสุขอย่างแท้จริงตามรอยธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงสอนอย่างลึกซึ้ง