#ปกติสุข..สุขปกติ

#ปกติสุข ..สุขปกติ

๑. มตฺตาสุขปริจฺจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ จเช มตฺตาสุขํ ธีโร สมฺปสฺสํ วิปุลํ สุขํ ฯ ๒๙๐ ฯ 

ถ้าเห็นว่า จะได้สุขอันยิ่งใหญ่ 

ด้วยการสละสุขเล็กๆน้อยๆ 

นักปราชญ์ก็_ควรสละสุขเล็กน้อย 

เพื่อเห็นแก่สุขอันยิ่งใหญ่

If fy giving up a slight happiness One may behold a greater one, Let the wise man renounce the lesser, Having regard to the greater.

๒. ปรทุกฺขูปธาเนน โย อตฺตโน สุขมิจฺฉติ เวรสํสคฺคสํสฏฺโฐ เวรา โส น ปริมุจฺจติ ฯ ๒๙๑ ฯ

ผู้ใดปรารถนาสุขเพื่อตน 

โดยการก่อทุกข์ให้คนอื่น 

ผู้นั้นมักเกี่ยวพันด้วยเวรไม่รู้สิ้น 

ไม่มีทางพ้นทางเวรไปได้

Whosoever wishes his own happiness Yet inflicts suffering on others- He is not free from hatred, Entangled in the tangles of anger.

๓. ยํ หิ กิจฺจํ ตทปวิทฺธํ อกิจฺจํ ปน กยีรติ อุนฺนฬานํ ปมตฺตานํ เตสํ วฑฺฒนฺติ อาสวา ฯ ๒๙๒

สิ่งที่ควรทำไม่ทำ 

กลับทำสิ่งที่ไม่ควรทำ 

อาสวะย่อมเจริญแก่พวกเขา 

ผู้ถือตัวและมัวเมาประมาท

What ought to be done is left undone; What ought not to be done is done, For those who are naughty and heedless Corruptions greatly progress.

๔. เยสญฺจ สุสมารทฺธา นิจฺจํ กายคตา สติ อกิจฺจํ เต น เสวนฺติ กิจฺเจ สาตจฺจการิโน สตานํ สมฺปชานานํ อฏฺฐํ คจฺฉนฺติ อาสวา ฯ ๒๙๓

ส่วนชนเหล่าใด

เจริญสติในกายเป็นนิตย์ 

ไม่ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ

ทำเฉพาะสิ่งที่ควรทำเสมอ 

สำหรับชนผู้มีสติ

สัมปชัญญะพร้อมมูลเหล่านั้น 

อาสวะมีแต่จะหมดไป

Those who develop well mindfulness of the body, who never do what ought not to be done, And ever do what ought to be done- of those mindful and reflective ones Defilements come to extinction.

1/28 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการเข้าใจความหมายของ "ปกติสุข" จากคำสอนพระพุทธองค์ช่วยให้เราเห็นภาพความสุขในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น ในชีวิตประจำวัน ผมได้เรียนรู้ว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การได้สิ่งใหญ่โตเสมอไป แต่บางครั้งการยอมสละความสุขเล็กๆ น้อยๆ ก็เป็นการเปิดทางให้กับความสุขที่ยิ่งใหญ่และยั่งยืนกว่า หลายครั้งผมสังเกตเห็นว่าการแสวงหาความสุขโดยก่อทุกข์ให้ผู้อื่นเป็นวิถีทางที่จะนำไปสู่ความไม่สงบใจและความเครียดเรื้อรัง คำสอนในบทความนี้เตือนเราถึงความสำคัญของ "เวร" หรือความโกรธที่แฝงอยู่ในใจ ซึ่งจะคอยทำร้ายใจเราเองอย่างไม่รู้จบ อีกทั้งการพัฒนาสติในการดำรงชีวิตประจำวัน เช่น การมีสติต่อกายและจิตใจ ให้เรามีความระมัดระวังในการกระทำ เชื่อว่าการฝึกสติอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความปรารถนาและความยึดติดในสิ่งที่ไม่จำเป็นได้จริงๆ ผมพบว่าการเลือกทำในสิ่งที่ควรทำ และละเว้นสิ่งที่ควรละเว้นนั้น สามารถทำให้จิตใจสงบ และนำไปสู่การลดละอาสวะหรือกิเลสที่ทำร้ายใจ นอกจากนี้ การไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ เหมือนที่วิดีโอใน OCR อธิบาย เช่นชีวิตเกิดดับไม่หยุดนิ่ง วันนี้และปัจจุบันคือชีวิตจริง การเรียนรู้ที่จะรู้เวลาจับและเวลาวาง หรือรู้ว่าควรยึดมั่นในสิ่งไหนและปล่อยวางสิ่งไหน เป็นบทเรียนที่สามารถนำมาใช้ได้ในทุกสถานการณ์ของชีวิต ทั้งหมดนี้สอนให้เราเข้าใจว่าการมีความสุขแบบ "ปกติสุข" ไม่ได้หมายความว่าต้องมีสิ่งพิเศษใดๆ แต่เป็นการมีสติ รู้จักควบคุมใจ และปฏิบัติตนอยู่ในความพอดี กลางๆ ซึ่งเมื่อทำได้แล้ว ความสุขอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นอย่างธรรมชาติและยืนยาว