Love your LIFE.

#รักชีวิต ..รีบพัฒนาตน

อย่ารอพึ่งใคร

Love your life, develop yourself quickly, don't wait to depend on others.

๓. เผณูปมํ กายมิทํ วิทิตฺวา

มรีจิกมฺมํ อภิสมฺพุธาโน

เฉตฺวาน มารสฺส ปปุปฺผกานิ

อทสฺสนํ มจฺจุราชสฺส คจฺเฉ ฯ๔๖ฯ

เมี่อรู้ว่าร่างกายนี้

แตกสลายง่าย

และว่างเปล่า

เช่นเดียวกับฟองน้ำ

และพยับแดด

ก็ควรทำลายบุษปศร

ของกามเทพ

ไปให้พ้นทัศนวิสัย

ของมัจจุราชเสีย

Perciving this body to be similar unto foam

And comprehending its mirage-nature,

One should destroy the flower-tipped arrows of Love

And pass beyond the sight of the King of Death.

๔. ปุปฺผานิ เหว ปจนนฺตํ

พิยาสตฺตมนสํ นรํ

สุตฺตํ คามํ มโหโฆว

มจฺจุ อาทาย คจฺฉติ ฯ๔๗ฯ

มฤตยูฉุดคร่าคน

ผู้มัวเก็บดอกไม้(กามคุณ)

มีใจเกี่ยวข้องอยู่ในกามคุณไป

เหมือนห้วงน้ำใหญ่หลากมา

พัดพาเอาชาวบ้าน

ผู้หลับไหลไป

He who gathers flowers of sensual pleasure,

Whose mind is distracted-

Death carries him off

As the great flood a sleeping village.

๕. ปุปฺผานิ เหว ปจินนฺตํ

พฺยาสตฺตมนสํ นรํ

อติตฺตํเยว กาเมสุ

อนฺตโก กุรุเต วสํ ฯ๔๘ฯ

ผู้ที่มัวเก็บดอกไม้(กามคุณ)เพลินอยู่

มีจิตใจข้องอยู่

แต่ในกามคุณไม่รู้จักอิ่ม

มักตกอยู่ในอำนาจมฤตยู

He who gathers flowers of sensual pleasures,

Whose mind is distracted

And who is insatiate in desire-

Him death brings under its sway.

๖. ยถาปิ ภมโร ปุปฺผํ

วณฺณคนฺธํ อเหฐยํ

ปเลติ รสมาทาย

เอวํ คาเม มุนี จเร ฯ๔๙ฯ

มุนีพึงจาริกไปในเขตคาม

ไม่ทำลายศรัทธา

และโภคะของชาวบ้าน

ดุจภมรดูดรสหวานของบุปผชาติแล้วจากไป

ไม่ให้สีและกลิ่นชอกช้ำ

As a bee takes honey from the flowers,

Leaving it colour and fragrance unharmed,

So should the sage wander in the village.

๗. น ปเรสํ วิโลมานิ

น ปเรสํ กตากตํ

อตฺตนาว อเวกฺเขยฺย

กตานิ อกตานิ จ ฯ๕๐ฯ

ไม่ควรแส่หาความผิดผู้อื่น

หรือธุระที่เขาทำแล้ว

หรือยังไม่ทำ

ควรตรวจดูเฉพาะกิจ

ที่ตนทำหรือยังไม่ทำเท่านั้น

Pay not attention to the faults of others,

Things done or left undone by others,

Consider only what by oneself

Is done or left undone.

2/9 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมจากประสบการณ์ส่วนตัว การรักชีวิตอย่างแท้จริงไม่ได้หมายความเพียงแค่มีความสุขชั่วคราว แต่เป็นการรู้จักพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องและมีสติในทุกสถานการณ์ ในบทความนี้ได้ยกข้อคิดที่สอนให้เราเห็นว่าร่างกายเป็นเพียงสิ่งไม่จีรัง เปรียบเสมือนฟองน้ำหรือภาพลวงตา เราจึงควรมีปัญญาที่จะละวางความยึดมั่นในกามารมณ์และความสุขจอมปลอมต่างๆ เหมือนกับการทำลาย "บุษปศรของกามเทพ" เพื่อไม่ให้ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของมัจจุราช (ความตาย) ผมเองเคยพบว่าการเข้าใจความไม่เที่ยงของชีวิตช่วยให้ลดความยึดติดและความทุกข์ที่เกิดจากความต้องการที่ไม่สิ้นสุด ยิ่งเราอดทนต่อความยากลำบากและความเปลี่ยนแปลงมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ใจสงบและมีความสุขอย่างแท้จริงมากขึ้น นอกจากนี้ ข้อคิดในการไม่เอาแต่จับผิดผู้อื่น แต่ให้มองและตรวจสอบสิ่งที่ตนเองกระทำ ถือเป็นแนวทางที่ช่วยให้เราพัฒนาตนเองได้ดีขึ้น โดยไม่เสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ช่วยให้นำพาตัวเองไปสู่ความสำเร็จและความสุขที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริง ข้อแนะนำอีกประการ คือการใช้ชีวิตอย่างเหมือน "ผึ้ง" ที่ดูดน้ำหวานจากดอกไม้โดยไม่ทำลายสีและกลิ่นของมัน คือการอยู่ร่วมกับสิ่งรอบตัวอย่างเมตตา ไม่เบียดเบียนหรือทำลาย ทำให้เกิดความสมดุลและความสงบสุขทั้งในใจและภายนอกชีวิต โดยสรุป การรักชีวิตไม่ได้หมายความว่าต้องวิ่งหาความสุขในทุกสิ่งที่เห็น แต่ควรเป็นการรู้จักอดทน พัฒนาตนเอง และเข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของชีวิต เพื่อสร้างชีวิตที่มีค่าและสงบสุขอย่างยั่งยืนในระยะยาว