วันนี้..คือผลของเหตุจากวันวาน
๑๑. อสาเร สารมติโน สาเร จ อสารททสฺสิโน เต สารํ นาธิคจํฉนฺติ มิจฺฉาสงฺกปฺปโคจรา ฯ๑๑ฯ
ผู้ใดเห็นสิ่งที่ไม่เป็นสาระ
ว่าเป็นสาระ
เห็นสิ่งที่เป็นสาระ
ว่าไร้สาระ
ผู้นั้นมีความคิดผิดเสียแล้ว
ย่อมไม่ประสบสิ่งที่เป็นสาระ
In the unessential they imagine the essential, In the essential they see the unessential; They who feed on wrong thoughts as such Never achieve the essential.
๑๒. สารญฺจ สารโต ญตฺวา อาสารญฺจ อสารโต เต สารํ อธิคจฺฉนฺติ สมฺมาสงฺกปฺปโคจรา ฯ๑๒ฯ
ผู้ที่เข้าใจสิ่งที่เป็นสาระ
ว่าเป็นสาระ
และสิ่งที่ไร้สาระว่าไร้สาระ
มีความคิดเห็นชอบ
ย่อมประสบสิ่งที่เป็นสาระ
Knowing the essential as the essential, And the unessential as the unessential, They who feed on right thoughts as such Achieve the essential.
๑๓. ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ วุฎฺฐิ สมติวิชฺฌติ เอวํ อภาวิคํ จิตฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ ฯ๑๓ฯ
เรือนที่มุงไม่เรียบร้อย
ฝนย่อมไหลย้อยเข้าได้
ใจที่ไม่อบรมฝึกหัด
ราคะกำหนัดย่อมครอบงำ
Even as rain into an ill-thatched house, Even so lust penetrates an undeveloped mind.
๑๔. ยถา อคารํ สุจฺฉนฺนํ วุฎฺฐิ น สมติวิชฺฌติ เอวํ สุภาวิตํ จิตฺตํ ราโค น สมติวิชฺฌติ ฯ๑๔ฯ
เรือนที่มุงเรียบร้อย
ฝนย่อมไหลย้อยเข้าไม่ได้
ใจที่อบรมเป็นอย่างดี
ราคะ ไม่มีวันเข้าครอบงำ
Even as rain gets not into a well -thatched house, Even so lust penetrates not a well-developed mind.
การที่เราจะเข้าใจความหมายของชีวิตและเหตุผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ จำเป็นต้องมองย้อนกลับไปที่วันวาน เพราะสิ่งที่เราเห็นและเผชิญอยู่ในปัจจุบันนั้น ล้วนเป็นผลจากการกระทำ ความคิด และการตัดสินใจในอดีต เมื่อได้อ่านบทกวีและข้อคิดจากพุทธธรรมที่กล่าวถึงในบทความนี้ ผมรู้สึกได้ชัดเจนว่าการแยกแยะสิ่งที่เป็นสาระกับสิ่งที่ไร้สาระอย่างถูกต้องเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิต จากประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยพบว่าการที่เรามองข้ามหรือสับสนระหว่างสิ่งที่ควรให้ค่านิยมกับสิ่งที่ไม่ควรค่า นำมาซึ่งความทุกข์และความผิดพลาดในชีวิต เช่น หากเราหลงใหลกับความอยากและสิ่งล่อใจมากเกินไป จิตจะยากที่จะสงบ และสิ่งนั้นก็มีโอกาสกลายเป็นอุปสรรค ทำให้การตัดสินใจผิดพลาดเหมือนบ้านที่หลังคาไม่เรียบร้อย ฝนก็จะรั่วซึมเข้ามาได้ง่าย แต่ในทางตรงกันข้าม หากเรามีสติและเรียนรู้ที่จะดูแลจิตใจให้เข้มแข็ง รู้จักแยกแยะอย่างถูกต้องว่าควรยึดถืออะไรหรือปล่อยวางอะไร เหมือนบ้านที่มุงหลังคาอย่างดี ฝนก็ไม่สามารถรั่วซึมเข้ามาได้ การฝึกตนเองในแบบนี้จึงช่วยป้องกันไม่ให้ราคะหรือความอยากครอบงำใจ ทำให้จิตมีความสงบและสามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ ผมยังเห็นว่าความรู้และประสบการณ์จากอดีตนั้นไม่ควรถูกทิ้งหรือละเลย หากแต่ควรนำมาปรับใช้และต่อยอด เพื่อพัฒนาตนเองให้ก้าวหน้าและมีปัญญา อย่างคำพูดที่ว่า "คนรุ่นใหม่ที่ฉลาดควรนำความรู้เก่ามาปะแป้งแต่งตัวใหม่" ซึ่งสะท้อนถึงการใส่ใจเรียนรู้จากอดีตและพร้อมพัฒนาตนเองในยุคสมัยใหม่ สุดท้ายนี้ ผมขอแนะนำให้ทุกคนเริ่มต้นจากการสังเกตและรับรู้ความคิดของตนเอง ว่าสิ่งใดเป็นสาระและสิ่งใดไม่ใช่สาระ ให้การตัดสินใจของเราพื้นฐานอยู่บนความเข้าใจที่ถูกต้องและมีสติ เท่านี้เราก็จะเริ่มเห็นผลสัมฤทธิ์ที่ดีในชีวิตประจำวันที่เกิดจากการตั้งใจดูแลใจและความคิดของเราในวันวานที่ผ่านมานั่นเอง































