คนขี้คร้าน..เอาไปแลกคุถัง
Demo:ขี้คร้านเอาไปแลกคุ
คำ:ทำนอง:ญาปู่TaiZEN
น้อง:ดนตรี:Suno Ai
xoxoxo
[Intro - Slow, contemplative]
โลกใบนี้..ไม่เคยหยุดอยู่..นิ่งนิ่ง/
สรรพสิ่ง..ล้วนแปรเปลี่ยน..
เวียนไป /
อย่าปล่อยให้..ความคร้าน..
กัดกินใจ /
เหมือนหนอนชอนใช..
เน่าในใจตน/
[Verse 1]
สะลึมสะลือ ตื่นสายสาย..
ไร้ความมุ่งมั่น /
มีแต่ความฝัน..ที่มันสับสน /
เรือไร้ใบ..กลางทะเลใหญ่..
เจอ คลื่นลม/
คืนข้างแรมมืดมน..เมฆหม่นมัว/
ไร้เข็มทิศ..คิดวนเวียน..
เจียนป่วงบ้า /
กายหล่อยล้า..จิตปรุงแต่ง..
แกว่งไปทั่ว../
ไกลเป้าหมาย ห่างฝั่งฝัน
ใจหวั่นกลัว /
ผ่านคืนวัน อันพร่ามัว
ทุกข์เหลือเกิน/
[Chorus]
คนขี้คร้าน..ย่อมอยู่อย่าง..
เป็นทุกข์ /
กาย-จิตขลุก..คลุกความเศร้า..
เคล้าขาดเขิน /
คนขยัน ขันแข็ง..เพียรแต้มเติม/
ย่อมเจริญ รุ่งเรืองได้..
ใจสุขเย็น/
(คนขี้คร้าน..ย่อมอยู่อย่าง..
เป็นทุกข์ )
(คนขยัน ..ย่อมเจริญ..
สุขร่มเย็น)
[Verse 2]
เมื่อยามยากลำบาก..
จงอย่าหวั่นไหว/
จงลุกขึ้นสู้ด้วยใจที่แข็งเข้ม/
อย่าปล่อยให้ความเกียจคร้าน..
มาแฝงเร้น/
ใครเคยเห็น คนขยัน..
นั่งขอทาน/
ฝืนใจได้กำไร..
ตามใจขาดทุนแน่/
ไม่มียาแก้แพ้..
รักษาความขี้คร้าน /
เท่ห์บนเตียง..เพียรนอนเล่น ..
ลำบากนาน/
ขัดสันดาน ตนไม่ได้..
จะสายเกิน/
[Chorus]
คนขี้คร้าน..ย่อมอยู่อย่าง..
เป็นทุกข์ /
กาย-จิตขลุก..
คลุกความเศร้า..
เคล้าขาดเขิน /
คนขยัน ขันแข็ง..เพียรแต้มเติม/
ย่อมเจริญ รุ่งเรืองได้..
ใจสุขเย็น/
(คนขี้คร้าน..ย่อมอยู่อย่าง..
เป็นทุกข์ )
(คนขยัน ..ย่อมเจริญ..
สุขร่มเย็น)
[Bridge - spoken/sung with intensity]
ไม่มีคำว่า "สายเกินไป"
สำหรับผู้ที่เริ่มต้น/
ขอเพียงมีใจที่มุ่งมั่น..
ขยันร้อยเปอร์เซนต์/
จงละทิ้งความเกียจคร้าน..
ที่ก่อเวร/
ชีวิตเต็มด้วยพลัง..
จะเปลี่ยนผันไปทางดี/
[Outro - Slow, fading]
ผู้ใดพากเพียร...
ย่อมอยู่เป็นสุข/
คนเกียจคร้าน... ทุกทับทวี/
ขี้หมู วัว หมา เป็นปุ๋ยชั้นดี/
ขี้เกีย จ..ไม่มี..
ประโยชน์ต่อโลก...เลย/
.....
จากเนื้อเพลงที่เล่าเรื่องความขี้คร้านที่กัดกินใจและชีวิตคนเราที่ต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผมเห็นว่าความเกียจคร้านนั้นเหมือนหนอนชอนที่ทำลายใจและความฝัน เราควรตระหนักว่าไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่และเปลี่ยนแปลงตัวเอง การมีใจที่มุ่งมั่นและความขยันอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์จะช่วยเราผ่านความยากลำบากและนำพาชีวิตไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ในชีวิตจริง ผมเองก็เคยเผชิญกับช่วงเวลาที่ขี้เกียจและไม่มีกำลังใจ แต่เมื่อนึกถึงความหมายที่เพลงสื่อออกมา มันช่วยให้ผมตั้งใจมากขึ้นและเริ่มฝึกวินัยตัวเองทีละน้อย เช่น การตื่นเช้า ทำงานให้เสร็จตรงเวลา และตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ เพื่อผลักดันตัวเองไปข้างหน้า อีกทั้ง เพลงนี้ยังพูดถึงความสำคัญของการไม่ยอมแพ้ต่อความขี้คร้าน เพราะแม้จะเหนื่อยล้าและท้อแท้ แต่การลุกขึ้นสู้อีกครั้งจะเป็นยาแก้แพ้ที่ดีที่สุดในการชนะใจตัวเอง เมื่อเรามีความขยันและพยายามต่อเนื่อง แล้วชีวิตก็จะนำความสุขและความสงบมาสู่กายใจอย่างแท้จริง นอกจากนี้คำเปรียบเปรยถึง "ขี้หมู วัว หมา เป็นปุ๋ยชั้นดี" และ "ขี้เกียจไม่มีประโยชน์ต่อโลก" ยังช่วยให้เรารู้สึกได้ถึงผลกระทบเชิงลบของความเกียจคร้านต่อทั้งตนเองและสังคมรอบข้าง การเป็นคนขยันขันแข็งไม่เพียงแต่ทำให้ตัวเองเจริญรุ่งเรือง แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นและสร้างพลังบวกได้กว้างไกล สรุปแล้วเพลงนี้ไม่ใช่แค่บทเพลงธรรมดา แต่เป็นคำเตือนที่ลึกซึ้งและเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่อาจกำลังท้อแท้หรือขาดแรงจูงใจ ให้ลุกขึ้นมาสู้และเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นด้วยความขยันและความตั้งใจจริง






































