เมาส์เล่นเกม Furycube G9
เมาส์เล่นเกม Furycube G9
มาพร้อมจุดชาร์จ น้ำหนักเบา ราคาสบายกระเป๋า
หลังจากลองใช้ FURYCUBE G9 (บางร้านจะระบุเป็น G9 Pro) เพื่อเล่นเกมช่วงหนึ่ง สิ่งที่ชอบมากคือ “ความเบา” กับ “ความสะดวกตอนชาร์จ” เพราะเป็นเมาส์ไร้สายที่หยิบมาใช้ได้เลย ไม่ต้องคอยจัดสายให้เกะกะโต๊ะ เหมาะกับคนที่โต๊ะทำงาน/โต๊ะเล่นเกมพื้นที่ไม่เยอะ หรืออยากได้เซ็ตอัพดูคลีนๆ เรื่องการใช้งานจริง จุดที่ควรดูเป็นอันดับแรกคือ DPI และการจับถนัดมือ รุ่นนี้เคลมได้ถึง 22,000 DPI ซึ่งถือว่าสูงมาก สำหรับเราไม่ได้ใช้สุดขนาดนั้น แต่ข้อดีคือปรับละเอียดให้เข้ากับเกมและความชอบได้ เช่น เล่น FPS ถ้าชอบสะบัดไวๆ ก็เพิ่ม DPI หรือถ้าชอบคุมเป้าเนียนๆ ก็ลด DPI แล้วเพิ่มความนิ่งของมือแทน แนะนำให้ลองตั้งค่าเป็นสเต็ปที่ใช้จริง 2-3 ระดับ (เช่น 800/1600/3200) จะสลับง่ายและไม่เผลอกดเพี้ยน อีกอย่างที่ช่วยให้เล่นได้นานคือเรื่องการชาร์จ ถ้ามีแท่น/จุดชาร์จให้วางชาร์จได้เลย พอเลิกเล่นก็วางไว้ ไม่ต้องคอยเสียบสายเข้าตัวเมาส์บ่อยๆ ลดความรำคาญและลดโอกาสพอร์ตหลวมในระยะยาว ถ้าใครเป็นสายลืมชาร์จ แนะนำทำให้เป็นนิสัย “วางชาร์จทุกครั้งหลังใช้งาน” จะช่วยมาก ส่วนความรู้สึกตอนคลิกและสไลด์ เมาส์น้ำหนักเบามักจะควบคุมง่าย เหมาะกับคนที่เล่นเกมนานๆ แล้วเมื่อยข้อมือ แต่ก็อย่าลืมว่า “แผ่นรองเมาส์” มีผลมาก ถ้าใช้แผ่นที่ฝืดเกินไป อาจรู้สึกหน่วง แนะนำจับคู่กับแผ่นที่ผิวลื่นระดับกลางๆ จะบาลานซ์ดี ทั้งเล็งและลากเมาส์ ถ้ากำลังลังเลว่า FURYCUBE G9 กับคำว่า G9 Pro ต่างกันไหม เวลาเลือกซื้อให้ดูรายละเอียดสเปกหน้าเว็บ/กล่องให้ชัวร์ เช่น ค่า DPI สูงสุดที่ระบุ รุ่นย่อย/โหมดการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ในกล่อง และเงื่อนไขประกัน เพราะบางร้านใช้ชื่อเรียกไม่เหมือนกัน แต่เป็นสินค้าตระกูลเดียวกัน สรุปสำหรับเรา FURYCUBE G9 เป็นตัวเลือกที่ “ราคาไม่แรง ใช้งานง่าย และเหมาะกับคนอยากได้เมาส์ไร้สายเบาๆ” โดยเฉพาะคนที่อยากได้ DPI ปรับได้เยอะและชาร์จสะดวก ถ้าเน้นความคุ้มค่ากับการเล่นเกมทั่วไป ถือว่าเป็นรุ่นที่น่าเก็บไว้พิจารณาเลย

























