ที่กางเต็นท์ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
📌 The Chill Camp อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี
📆 14-15 เม.ย.69
ทริปนี้ถือว่าเป็นทริปที่ด่วนที่สุดที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ เพราะว่าอยู่ดีๆเพื่อน(อิศ) มันก็พิมพ์ในไลน์กลุ่มชวนไปกางเต็นท์ตอน 8 โมงกว่าๆ ซึ่งเราได้เปิดเข้าไปอ่านตอน 10 โมงกว่าแล้ว ก็เลยพิมพ์ตอบกลับไปว่า ไปดิ หลังจากนั้นก็เป็นการนัดให้มันมารับเร าที่บ้านเหมือนทุกทีแต่รอบนี้ที่ต่างไปคือมีแค่เรากับมันสองคน โดยที่โทรไปขวนเพื่อนอีกคน(เบส)แล้วมันไม่ยอมรับสาย ด้วยเวลาที่มีน้อยก็เลยตัดสินใจไปกันแค่สองคนก็ได้
พอมันมาถึงบ้านเราตอนเที่ยงกว่าๆ ก็รีบขนข้าวของที่ต้องใช้ในการกางเต็นท์ ขึ้นท้ายรถมันให้เรียบร้อยโดยเร็วที่สุดเพราะเวลามีน้อย เดี๋ยวไปถึงที่กางเต็นท์จะเย็นเกินแล้วไม่ได้แช่น้ำกัน
ขนของขึ้นรถเรียบร้อยพวกเราก็เริ่มออกเดินทางกันโดยที่ยังไม่มีจุดหมายเลยว่าจะไปกางเต็นท์กันที่ไหนดี แต่มีคิดไว้ว่าคงไปได้แค่สวนผึ้งแหล่ะ ใกล้ๆ ใช้เวลาเดินทางไม่นาน มีลำธารให้พวกเราได้แช่น้ำคลายร้อนได้
ระหว่างทางพวกเราก็แวะกินข้าวกันที่ร้านประจำนั่นก็คือ "ร้านเนื้อต้มแม่สมร สะพานขาว" 🤤🤤 ซึ่งร้านนี้ก็เป็นหมุดหมายของพวกเรามาตลอดเวลาจะไปกา งเต็นท์กันที่สวนผึ้ง
ระหว่างนั่งกินข้าวกันเราก็เลยเปิดดูลานกางเต็นท์ในสต็อกของเราว่ามีลานไหนที่น่าสนใจไหมและเหมาะกับอุณหภูมิเกือบ 40 องศา🥵🥵 โดยพวกเราก็จะเน้นไปที่ลานที่มีลำธารไหลผ่าน(เพราะจะได้ลงไปแช่น้ำคลายร้อนได้🥵🥵) และเป็นลานที่ไม่โล่งเกินไป ต้องมีต้นไม้สูงและเยอะประมาณนึง(จะได้ช่วยป้องกันแดดได้ส่วนนึง🌳🌳) จนพวกเรานั่งกินข้าวกันเสร็จก็ยังไม่ได้ลานที่ถูกใจกันสักเท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าไปซื้อของที่แม็คโครก่อนก็แล้วกัน ระหว่างทางค่อยๆ หาลานกางเต็นท์ไปเรื่อยๆ
พอมาถึงแม็คโคร พวกเราก้เดินไปซื้อ ผัก เนื้อสัตว์ ไส้กรอก แบบที่พวกเราคุ้นเคย เพราะไปกางเต็นท์ทีไรก็กินกันแต่แบบนี้ ทำอย่างอื่นไม่เป็น 5555 😅😅😅
หลังจากซื้อของกันเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น พวกเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังอ.สวนผึ้ง ที่เราคุ้มเคย โดยระหว่างทางก็แวะซื้อนู่นซื้อนี่กันจนบ่าย 3 กว่าพวกเราไึ่งจะถึงตัวอำเภอสวนผึ้งกัน5555 🤣🤣
ระหว่างเราก็เปิดหาลานกางเต็นท์แล้วไปเจออยู่ที่นึงที่น่าสนใจซึ่งพวกเราก็เลยปักหมุดไปที่นั่นกัน ซึ่งพอไปถึงทางเขาลานกางเต็นท์นั้นพวกถึงกับอยากถอดใจถอยรถกลับเลย ด้วยสภาพถนนที่เป็นดิน มีหลุมเล็กใหญ่ เต็มไปหมด บวกกับทางที่ค่อนข้างชันอยู่นิดหน่อย แต่เพื่อนเรามันก็มั่นใจว่าน่าจะขับเข้าไปได้อยู่ ก็เลยติดสินใจเข้าไปดู พอเข้าไปถึงลานกางเต็นท์นั้น สิ่งแรกที่พวกเราตกใจเลยคือมีป้ายแขวนอยู่ใต้ตนไม้เขียนไว้ว่าจุดสัญญาณ AIS ซึ่งก็แปลกใจละว่าทำไมต้องมีป้ายนี้ด้วย แต่พอขับเลยเข้าไปถึงตรงที่จอดรถก็รู้เลยว่าทำไมต้องมีป้าย เพราะ มันไม่มีสัญญาณมือถือเลยสักขีดและไม่มีเลยสักค่าย พอเราเลยตัดสินใจขับออกจากลานโดยทันที 😂😂 พอขับออกมาถึงทางเข้าก็ได้ขับสวนกับรถคันนึงซึ่งเป็นรถเก๋งโหลดเตี้ยที่กำลังเลี้ยวขึ้นไป พอมองไปเห็นหน้าพี่คนขับก็เห็นพี่เขายิ้มหน้าเจื่อนๆ คงตกใจเหมือนพวกเราตอนแรก 55555😂😂😂(หวังว่าพี่คงขับผ่านไปได้โดยไม่มีความเสียหายอะไรกับรถนะครับ)
ในเมื่อลานนี้ไม่ตอบโจทย์ของพวกเราแล้ว เราก็เลยหาที่ต่อไปซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก ก็เลยให้เพื่อนลองขับไปดู แต่พอไปถึงทางเข้าเท่านั้นล่ะ เพื่อนบอกไปลานอื่นดีกว่าเพราะลานนี้เป็นทางลูกลังและเป็นทางลงที่ชัน เพื่อนเลยไม่เสี่ยงดีกว่า อ่ะ!!!! ในเมื่อเพื่อนไม่โอเค เราก็เลยเสนอลานที่สามไป โดยระหว่างที่ขับไปลานที่สามเราก็มองหาลานตามข้างทางไปด้วยเผื่อเจอลานที่หน้าสนใจกว่า
พอขับไปเรื่อยๆ เราก็มองเห็นลานกางเต็นท์ชื่อ "The Chill Camp" และพอมองเข้าไปในลานก็เห็นว่ามีรถไม่เยอะเลย พวกเราเก็บไว้ในใจละ ถ้าไปลานที่สามแล้วไม่โอเคอีก พวกเราก็จะกลับมาที่ลานนี้ดีกว่า และพอขับไปถึงลานที่สาม พวกเราก็ขับรถเข้าไปแต่เจอว่าเข้าปิดประตูรั้วเอาไว้ ก็เลยลองหาเบอร์โทรในเน็ต พอโทรไปก็ไม่มีคนรับสาย พวกเลยตัดสินใจว่าคงต้องก ลับไปที่ลาน The Chill Camp แล้วแหล่ะ โชคชะตานำพามาขนาดนี้แล้ว
และพอขับไปถึงลานก็ไม่ทำให้พวกเราผิดหวัง เพราะเป็นลานที่มีต้นไม้ร่มเยอะ มีลำธารให้พวกเราได้แช่น้ำ และที่สำคัญเลย คนไม่เยอะเลย ทั้งที่เป็นวันหยุดยาว(สงสัยคนไปเล่นสงกรานต์กันหมด😆😆) ทั้งลานมีประมาณ 10 กลุ่ม ที่ตั้งแคมป์กันแบบห่างกันมากกกกกกก เพราะลานใหญ่มากกกกก
หลังจากที่พวกเราจอดรถกันเรียบร้อยก็ลงไปเดินสำรวจรอบๆลานเพื่อดูว่าจะไปกางเต๊นท์กันตรงไหนดี โดยเราไปเจออยู่จุดหนึ่งซึ่งเป็นเหมือนสุดปลายของลานที่ติดน้ำเลย พวกเราก็เลยเลิกกางเต็นท์กันที่จุดนี้ เพราะทั้งร่มรื่น ใกล้น้ำ และค่อนข้างห่างกับคนอื่นๆ
พอเลือกที่ได้แล้วพวกเราก็ช่วยกันขนของที่เตรียมกันลงมาวางไว้ก่อนที่จะช่วยกัน ตั้งแคมป์สำหรับคืนนี้ 🏕️ หลังจากจัดแคมป์เรียบร้อยแล้วพวกเราก็เลยลงไปนอนแช่น้ำในลำธารให้คลายร้อนกัน แต่เนื่องด้วยพวกเรามาถึงลานกางเต็นท์ก็เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว ทำให้พวกเราแช่น้ำได้ประมาณ 30-45 นาที ก่อนที่จำขึ้นมาล้างตัว และทำอาหารกินกัน โดยอาหารที่กินกันนั้นก็เป็นพวก หมูย่าง ไส้กรอกย่าง เนื้อลูกเต๋าย่าง กินกับผักเคียง และน้ำจิ้ม 4 สหายที่ซื้อมาจากแม็คโครเมื่อกลางวัน
เมื่อกินอาหารกันเสร็จแล้วเราก้ไปอาบน้ำ ก่อนที่จะมาฟังเพลงและนั่งคุยกับเพื่อนจนอยู่ดีๆ เราก็ไปเห็น เหรียญ 5 บาทของใครก็ไม่รู้มาวางอยู่บนโต๊ะตรงหน้าเรา เราก็ถามเพื่อนว่าใช่ของมันเปล่า มันก็ตอบว่าไม่ใช่ จะเป็นของเราก็ไม่ได้เพราะเรายังไม่ได้ควักกระเป๋าตังเลย ตั้งแต่มันถึงลาน แล้วนี่มันเงินของใครกัน เราเลยหยิบเหรียญนั้นแล้วเอาวางไว้ที่พื้นใต้โต๊ะ แล้วก็นั่งคุยกับเพื่อนต่อไปเรื่อยๆ จนเวลาเกือบ 5 ทุ่มเพื่อนก็ขอตัวเข้าไปนอนก่อน ส่วนเราก็นั่งอยู่ซักพักก่อนที่จะไปเดินถ่ายรูปเล่นตอนกลางคืน แต่ด้วยเป็นลานที่ค่อนข้างมืดเลยทำให้เราถ่ายอะไรมาได้ไม่เยอะ ก็เลยกลับไปนั่งเล่นที่หน้าเต็นท์อยู่พักนึงก่อนที่จะเข้าไปนอนหาไรดูในมือถือก่อนจะหลับไปโดยที่อุณหภูมิตอนกลางคืนนั้นต่างกับตอนกลางวันอย่างลิบลับเพราะตอนกลางคืนอากาศดีมาก ถึงขึ้นรู้สึกได้ว่าเย็นๆเลย สามารถนอนได้โดยไม่ต้องพึ่งพัดลมเลยด้วยซ้ำ ด้วยอากาศที่ค่อนข้างเย็น เลยทำให้เราหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืน นอนไม่ค่อยสนิทเท่าไหร่
ตื่นเช้าวันใหม่หลังจากเราลุกไปทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็มาเดินเล่นในลำธาร ถ่ายรูป📷 ถ่ายคลิปวีดีโอ🎥 เก็บบรรยากาศยามเช้าภายลานกางเต็นท์ ก่อนที่จะมานั่งย่างหมูกับไส้กรอกที่เหลือจากเมื่อคืนกินกัน
พวกเราใช้เวลาเสพบรรยากาศยามเช้าของลานกางเต็นท์อยู่พักใหญ่ก่อนที่จะเริ่มรู้สึกถึงความร้อนจากดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกให้พวกเราควรเริ่มเก็บเต็นท์และสิ่งของต่างๆแล้วไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวกลับกันได้แล้ว
พอพวกเราเก็บของเสร็จก็เตรียมตัวขับรถกลับบ้านกัน แต่อิศมันบอกอยากไปถ่ายรูปเล่น(คนเห่อกล้องใหม่5555🤣🤣🤣) ก่อนกลับ มันเลยให้เราช่วยหาคาเฟ่ที่น่าสนใจให้หน่อย เราก็เลยหาไปเรื่อยๆจนไปเจอร้านนึงเชื่อว่า " The Humble Jack : Cafe&Bistro " ซึ่งเป็นคาเฟ่ที่มีหลายโซน และมีมุมให้ถ่ายรูปเล่นค่อนข้างเยอะ และอีกอย่ างมันอยู่ไม่ไกลจากตัวอำเภอสวนผึ้งด้วย จึงทำให้พวกเราใช้เวลาเดินทางจากลานกางเต็นท์ไม่นาน ประมาณ 20 นาที ก็ถึงมาถึงคาเฟ่แล้ว
หลังจากที่จอดรถแล้วเดินเข้าร้าน พนักงานก็ให้คำแนะนำในการสั่งเครื่องดื่มอย่างชัดเจน และพวกเราก็เดินผ่านโซนต่าง ๆ ของร้าน ซึ่งมีหลายโซนมาก ทั้งโซนห้องแอร์ โซนพัดลม โซนที่เป็นสนามหญ้าและโซนริมน้ำ และแน่นอนพวกเราเลือกโซนริมน้ำ หลังจากเราได้โต๊ะนั่งแล้วก็ถึงเวลาสั่งเครื่องดื่ม โดยเราได้สั่งเมนู Ume soda (Home made plum syrup) ซึ่งก็ไม่รู้มันคืออะไรแต่ที่เห็นมันเขียนว่าขายเฉพาะช่วงนี้ ก็เลยสั่งมาลองดู เพราะเห็นในรุปมันเหม็นเป็นโซดาอะไรซักอย่าง คิดว่ามันคงเหมือนพวกอิตาเลียนโซดามั้ง (ไอ้เรามันก็ไม่ใช่สายคาเฟ่ซะด้วยสิให้มาสั่งอะไรแบบนี้งงตาแตก) แล้วพอพนักงานเอามาเสิร์ฟก็ถึงกับอ๋ออออออออ มันคือบ๊วยโซดานี่เอง หลังจากที่นั่งดื่มน้ำคลายร้อนสักพัก พวกเราก็เริ่มเดินไปหาที่ถ่ายรูปตามมุมต่างๆ โดยเราใช้เวลาอยู่ที่ร้านนี้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะเดินทางกลับ
ขณะเดินทางกลับพวกเราก็หาร้านอาหารกลางวันกินกัน โดยผ่านไปผ่านมาหลายร้านสุดท้ายมาจบที่ "ร้านเนื้อลวกพิกุลทอง" ซึ่งเป็นร้านที่อยู่ระหว่างทางกลับบ้านเราพอดี
หลังจากกินอาหารเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางกลับบ้านกันโดยอิศมันมาส่งเราที่บ้านเสร็จก็แยกย้ายกัน
การกางเต็นท์ที่สวนผึ้งเปรียบเสมือนการหนีความวุ่นวายในเมืองเพื่อเข้าสู่ธรรมชาติที่เงียบสงบและสดชื่น ในทริปนี้ผมเลือก The Chill Camp เพราะได้ฟีลลิ่งที่เข้ากับความต้องการ ทั้งทางเข้าที่สะดวกและแนวต้นไม้สูงร่มรื่นที่ช่วยให้พ้นจากแดดแรงในช่วงวันหยุดยาวที่มีอุณหภูมิใกล้ 40 องศา นอกจากการเลือกที่กางเต็นท์ที่ดีแล้ว การเตรียมอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญของการตั้งแคมป์ ผมเลือกซื้อวัตถุดิบที่แม็คโครเพราะราคาดีและมีของครบ ทั้งผักสด เนื้อสัตว์ และไส้กรอก ที่เหมาะสำหรับการย่างง่ายๆ บรรยากาศที่ลำธารเย็นๆ ช่วยให้คลายร้อนได้ดีจริงๆ จุดเด่นอีกอย่างของทริปนี้คือการได้แวะร้าน The Humble Jack คาเฟ่ที่อยู่ใกล้สวนผึ้งและมีมุมถ่ายรูปมากมาย ทั้งโซนริมน้ำ ที่นั่งสบาย และเมนูพิเศษอย่าง Ume Soda น้ำบ๊วยโซดาโฮมเมดที่ดื่มแล้วสดชื่น เหมาะมากหลังจากกิจกรรมกลางแจ้ง สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือการตั้งแคมป์ควรเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางและสัญญาณโทรศัพท์ด้วย เพราะบางลานกางเต็นท์ในสวนผึ้งยังมีจุดอับสัญญาณมือถือ แนะนำให้เลือกสถานที่ที่มีสัญญาณดีเพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการติดต่อ จากประสบการณ์ตรงของผม ทริปที่สวนผึ้งเหมาะมากสำหรับคนที่อยากชาร์จพลังชีวิต ใกล้ชิดธรรมชาติ และไม่ต้องการเดินทางไกลมาก สามารถเลือกสถานที่กางเต็นท์ที่ยังไม่ค่อยมีคนเยอะเพื่อความเป็นส่วนตัว และอย่าลืมแวะลิ้มลองอาหารท้องถิ่นในร้านเนื้อต้มแม่สมร หรือร้านเนื้อลวกพิกุลทอง ที่ระหว่างทางเพื่อเติมพลังก่อนกลับบ้าน สุดท้ายนี้ ใครที่กำลังมองหาที่พักผ่อนแบบแคมป์ปิ้งสบายๆสวนผึ้งพร้อมลำธารเย็นๆ และคาเฟ่สวยๆ แนะนำให้ลอง The Chill Camp และ The Humble Jack เป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับการพักผ่อนในวันหยุดยาวนี้เลยครับ!









