Automatically translated.View original post

Dharma vs Cosmic Power

🌌 Dharma and the cosmic forces, or actually the same thing.

Many people talk about "cosmic power." ✨

But very few people understand...

In fact, all cosmic forces start with the "mental embellishment." 🧠💫

---

🧘‍♀️ Every thought, every feeling is why.

Every idea you have. 🧩

Every feeling you believe in. ❤️

These will "become causes."

And when that is repeatedly superimposed, 🌊

It will form...

Your own universe. 🌌

From "inside out." 🔄

🎯 It's not because you're good...But because you understand

Sometimes...

It's not because you're "good at conjuring" or "lucky." 🌠

But because you understand the mechanism of cause and factor,

You choose the idea yourself. 💡

You put down the energy yourself. ⚡

This is the "real cosmic force."

A power that many people never talk about because...

It's so "too simple" that people don't believe it. 🪶

---

🔍 Notice yourself.

Don't rush to believe it. ❌

Just try to "watch your mind." 🧘‍♂️

You may have seen that...

> "The mind... is not ourselves, not ours." 🌿

And that...

Could be the beginning of the real cosmic force in you. 🛸💓

# Lemon 8 Howtoo # Positive power # Helpful # Dharma teaches

2025/10/2 Edited to

... Read moreในโลกของความเชื่อและปรัชญาต่างๆ การเชื่อมโยงระหว่างธรรมะและพลังจักรวาลเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองแนวคิดนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับการเข้าใจตัวเองและธรรมชาติของจิตใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ตามเนื้อหาของบทความที่กล่าวถึง พลังจักรวาลไม่ใช่สิ่งที่แยกจากกันหรือเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่อยู่ภายนอก แต่เป็นผลลัพธ์จาก "การปรุงแต่งของจิต" ทุกความคิดและความรู้สึกที่เรามีเป็นต้นเหตุสำคัญที่สร้างจักรวาลส่วนตัวของแต่ละคน นี่สอดคล้องกับหลักธรรมะที่เน้นการเห็นแจ้งในเรื่องเหตุและปัจจัย (สังขารา) ที่ก่อให้เกิดทุกสิ่ง การซ้อนทับของเหตุเหล่านี้ทำให้เกิดประสบการณ์ที่แตกต่างกันในชีวิต สำหรับผู้ที่สนใจการปฏิบัติธรรมะ การเฝ้าดูจิตตัวเอง (สติปัฏฐาน) เป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้เราระวังและเข้าใจความคิดและความรู้สึกอย่างแท้จริง การรู้ว่าจิตไม่ใช่ตัวเราหรือของเราอย่างแท้จริงช่วยลดความยึดมั่นถือมั่น และเปิดช่องให้พลังจักรวาลซึ่งแท้จริงก็คือพลังจิตภายในตัวเราได้แสดงตัวอย่างเต็มที่ ความเรียบง่ายของพลังจักรวาลนี้อาจทำให้หลายคนไม่เชื่อ แต่ในความเป็นจริง การเรียนรู้และเข้าใจกลไกสังขารจิตใจนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างสรรค์และเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างแท้จริง เราจึงเชิญชวนให้ลองฝึกสังเกตและเฝ้าดูจิตใจของตัวเองอย่างไม่ตัดสินใจ สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้เกิดการตื่นรู้แก่ใจ ยังเพิ่มพลังบวกในชีวิต และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างพลังจักรวาลที่แท้จริงซึ่งไม่ใช่พลังภายนอก แต่เป็นการเข้าใจและตรัสรู้ภายในตัวเราเองอย่างลึกซึ้ง นอกจากนี้ การประยุกต์ใช้แนวคิดนี้ในชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกคิดบวก วางพลังงานที่ดี และรักษาสติอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวทางชีวิตและประสบการณ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน