วัย 50+ คิดแบบนี้

ยอมรับตรงๆ ว่าเคยติดแบรนด์เพราะอยากให้คนเห็น... แต่วันนี้ในวัย 50+ พี่เลือกที่จะทิ้งสิ่งเหล่านั้น เพื่อแลกกับ 'ชีวิตที่ปลอดหนี้และมั่นคง' ค่ะ 👜❌💰

จุดเริ่มต้นมันเกิดตอนที่อายุใกล้เลข 5 ค่ะ เริ่มวางแผนเกษียณอย่างจริงจัง พี่ตัดสินใจซื้อรถไฮบริดเพื่ออัปเกรดเทคโนโลยีแทนคันเดิมที่ใช้มานานเป็น 10 ปี จะใช้จนเกษียณ และตั้งเป้าต้องผ่อนให้หมดภายในวัย 50 กว่าๆ เพื่อให้ชีวิตไร้หนี้สินกวนใจ ซื่งหมดเรียบร้อยแล้ว 😊

พร้อมกับเริ่มปฏิวัติตัวเองใหม่หมดเลยค่ะ:

👜 เลิกซื้อกระเป๋าใบละหลายหมื่น: หันมาใช้ใบเดิมๆ หรือนานๆ ทีจะซื้อหลักร้อยหลักพันมาใช้บ้าง

💄 ลดงบเครื่องสำอาง: จากชุดละหลายพันเหลือแค่หลักร้อย เพราะพี่คิดได้ว่า หน้าตาของเราถ้าไม่ได้ทำหัตถการมันย่อมโรยราไปตามวัย เครื่องสำอางแพงแค่ไหนก็เอาไม่อยู่หรอกค่ะ

💭 จุดที่ยากที่สุด... วันที่ต้องก้าวข้าม 'ความกลัวสายตาคนอื่น'

ว่ากันด้วยเรื่องกระเป๋า พี่ไม่รู้จะมีใครเป็นเหมือนพี่ไหม...สารภาพตรงๆ ว่าตอนนั้นเราซื้อเพราะอยากให้คนอื่นมองว่าเราดูดี ดูภูมิฐาน พอวันที่ต้องเลิกเข้าช้อปเสียเงินหลายหมื่น มันมีความรู้สึกแปลกๆ ในใจเข้ามาทันทีค่ะ

ใครจะว่าเวอร์ก็ได้นะคะ แต่ตอนที่พี่ต้องตัดสินใจสะพาย 'กระเป๋าหลักร้อย' ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้ มันเป็นอะไรที่คิดแล้วคิดอีก คิดยากมากก! กลัวคนมอง กลัวดูไม่ดี... แต่พอเราฮึดสู้และข้ามผ่านจุดนั้นมาได้ หลังจากนั้นพี่ก็ถือกระเป๋าธรรมดาๆ ไปไหนมาไหนได้อย่างสบายใจเลยค่ะ

ยอมรับนะว่าลึกๆ มันก็ยังมีความรู้สึกแวบเข้ามาในใจบ้างเวลาเรามองกระเป๋าแบรนด์เนมของคนอื่น... แต่พอหันกลับมามองพอร์ตลงทุนของตัวเอง พี่ค้นพบว่า 'การเอาเงินไปลงทุน มันเพิ่มคุณค่าและสร้างเรื่องราวที่มั่นคงให้ชีวิต มากกว่าการมีกระเป๋าแพงๆ ในตู้ซะอีก' 📈💚

วันนี้พี่เลยอยากมาแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้สาวๆ วัยทำงานทุกคนนะคะ การปล่อยวางเปลือกนอกในวันที่สุกงอม มันทำให้ชีวิตเราเบาและมีความสุขขึ้นจริงๆ ค่ะ

มีใครกำลังพยายามใจแข็งเลิกสะสมแบรนด์เนมเพื่อเก็บเงินสร้างอนาคตแบบพี่บ้างไหมคะ? หรือเคยมีความรู้สึกสับสนตอนเปลี่ยนมาใช้ของถูกลงบ้าง? มาคอมเมนต์คุยกันได้

#พัฒนาตัวเอง #แบรนด์เนม #lemon8girls #50บวกไม่สะดวกแก่ #ประสบการณ์ชีวิต

6/2 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมเมื่อก้าวเข้าสู่วัย 50+ หลายคนอาจเริ่มตั้งคำถามกับวิถีชีวิตเก่า ๆ ที่เคยยึดติดกับความฟุ่มเฟือยและแบรนด์เนมราคาแพง ซึ่งบางครั้งก็เกิดจากความต้องการได้รับการยอมรับหรือแสดงสถานะทางสังคม แต่ในความเป็นจริงการเปลี่ยนแปลงมุมมองและพฤติกรรมการใช้จ่ายสามารถนำมาซึ่งความมั่นคงทางการเงินและความสุขที่แท้จริงได้ จากประสบการณ์ตรงของคนที่เคยติดแบรนด์และช้อปปิ้งกระเป๋าใบละหลายหมื่นบาท แต่เมื่อเริ่มวางแผนเกษียณอย่างจริงจังและเลือกซื้อรถไฮบริดที่คำนึงถึงประโยชน์ใช้สอยและความคุ้มค่ามากขึ้น ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทบทวนว่าสิ่งใดสำคัญกับชีวิตจริง ๆ การตัดสินใจเลิกซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพงกลายเป็นทางเลือกที่กล้าหาญ และได้ตกตะกอนว่า 'ชีวิตที่ปราศจากหนี้สินนั้นมีค่ามากกว่าเสมอ' ความรู้สึกกลัวสายตาคนอื่นเมื่อต้องสะพายกระเป๋าราคาหลักร้อยไปงานหรือท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย ๆ เพราะเราถูกเลี้ยงดูมากับสังคมที่ตีค่าของคนจากสิ่งของที่พวกเขาถือครอง แต่การเรียนรู้ที่จะปล่อยวางและรู้ค่าของสิ่งที่สำคัญจริง ๆ เช่น การลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและความมั่นคง เป็นเรื่องที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจและปลดปล่อยจิตใจ นอกจากนี้ การลดงบเครื่องสำอางจากหลักพันเหลือหลักร้อยก็เป็นการยอมรับความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอายุ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติ การปรับลดสิ่งที่ไม่จำเป็นทำให้เหลือเงินทุนมากพอที่จะนำไปสร้างโอกาสใหม่ ๆ หรือเก็บออมเพื่ออนาคตที่มั่นคงยิ่งขึ้น สำหรับผู้ที่กำลังพยายามเปลี่ยนไลฟ์สไตล์จากการยึดติดกับแบรนด์เนมมาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่มั่นคง แนะนำให้เริ่มที่การตั้งเป้าหมายการเงินและวางแผนอย่างรอบคอบ พร้อมทั้งยอมรับว่า ความสุขในชีวิตไม่ได้ขึ้นอยู่กับป้ายราคาของสิ่งของ แต่มาจากความสงบใจและความมั่นคงทางการเงินทีละน้อย ท้ายที่สุดแล้ว การเปิดใจรับความเปลี่ยนแปลงและพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่อยู่ในวัยเดียวกัน จะช่วยสร้างแรงใจและความเข้าใจร่วมกันว่าการปล่อยวางแบรนด์เนมไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่คือการเลือกชีวิตที่มั่นคงและมีความสุขจริง ๆ

ค้นหา ·
วัย 40 คิดถึงอะไร