Automatically translated.View original post

Fill the kitchen. What did Son 16 buy?..

1/4 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังจะ “ซื้อของเข้าครัว” แล้วไม่รู้จะเริ่มจากอะไร เราใช้วิธีทำลิสต์ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง เพราะพอเข้าห้างเจอโปรดี ๆ ทีไร มือมันไวตลอด (ยิ่งมีวัยรุ่นช่วยหยิบ ยิ่งเผลอเพลิน 555) รอบล่าสุดเลยตั้งกติกาง่าย ๆ ว่า “ซื้อของที่ทำกินได้จริงใน 1–2 สัปดาห์” และต้องมีที่เก็บพอ ไม่งั้นจบที่ยัดตู้เย็นไม่เข้าแน่นอน ของเข้าครัวที่แนะนำให้สต๊อกแบบคุ้ม ๆ (และใช้บ่อย) แบ่งเป็น 4 กลุ่มค่ะ 1) ของแห้งพื้นฐาน: ข้าวสาร/เส้นต่าง ๆ, น้ำมัน, ซอสปรุงรส, น้ำปลา, ซีอิ๊ว, น้ำตาล, เกลือ, พริกไทย พวกนี้ซื้อแบบแพ็กใหญ่ได้ถ้ามีที่เก็บและใช้ประจำ 2) ของกระป๋อง/กึ่งสำเร็จ: ทูน่ากระป๋อง, ปลากระป๋อง, ข้าวโพด, เห็ดกระป๋อง เก็บได้นาน เหมาะไว้กันวันขี้เกียจ 3) ของแช่แข็ง: ไส้กรอก/นักเก็ต/เกี๊ยว/ลูกชิ้น เลือกที่ทำง่าย ใช้หม้อทอดหรือกระทะก็จบ เหมาะกับบ้านที่มีเด็กโตกลับมาหิว ๆ 4) เครื่องดื่ม/ของกินเล่น: น้ำดื่ม, นม, ซีเรียล, ขนมติดบ้าน ซื้อได้แต่ควรกำหนด “โควตา” ไม่งั้นงบพุ่งเร็วมาก ทริคเวลาเดินห้างให้ได้ของคุ้มและไม่บานปลาย - เช็กราคาต่อหน่วยก่อนหยิบแพ็กใหญ่ บางทีโปรดีแต่จริง ๆ แพงกว่าชิ้นเล็ก - แยก “ของจำเป็น” กับ “ของอยากได้” ในตะกร้าคนละฝั่ง ก่อนจ่ายเงินค่อยทบทวน - ของสดให้ซื้อเท่าที่ทำทัน 2–3 วัน ที่เหลือค่อยไปเติมรอบถัดไป จะลดของเสียได้เยอะ - ถ้าเห็นป้ายโปรดี ให้คิดต่อว่าเรามีพื้นที่เก็บไหม (โดยเฉพาะตู้เย็น) ไม่งั้นคุ้มราคาแต่ไม่คุ้มพื้นที่ สุดท้าย ถ้าบ้านไหนเริ่มสต๊อกของเข้าครัวหนักขึ้น แนะนำจัดโซนในครัว/ตู้ให้ชัด เช่น โซนของแห้ง โซนเครื่องปรุง โซนขนม แล้วติดกระดาษจด “ของใกล้หมด” ไว้หน้าตู้ จะช่วยให้รอบหน้าซื้อได้ตรงจุด ไม่ซ้ำซ้อน และไม่ต้องจบด้วยประโยคเดิมว่า…รอบหน้าซื้อตู้เย็นเพิ่มน่าจะดีกว่า!