Automatically translated.View original post

📚Book Review Why Has Nobody Told Me This Before?

✨ Why did you pick this up?

Maybe just the title of the book is heartbreaking, like it tells us, "Hey, this is something you should know, but it's never been told." 💖

💡 read it?

👉🏻 books are full of simple little tricks that help us deal with emotions, such as sad times, stress times, or thinking about the same thing.

👉🏻 it makes us understand that bad feelings are not enemies, but a warning to ourselves.

👉🏻 some chapters read and will hey! "Really, why didn't anyone say it in the first place" is the name. ☺️

⭐. Score from the heart.

We wish 4.5/5 stars. 🌟

# whyhasnobodytoldmethisbefore # BookReview # lemon 8 boxaegenege

2025/8/31 Edited to

... Read moreถ้าใครเสิร์ชหา “Why Has Nobody Told Me This Before? pages” เหมือนเรา จุดที่ควรรู้คือ “จำนวนหน้า” อาจต่างกันตามฉบับที่ซื้อค่ะ (ปกอ่อน/ปกแข็ง, ฉบับภาษาอังกฤษ/แปลไทย, พิมพ์ครั้งต่างกัน) วิธีเช็กให้ชัวร์ที่สุดคือดูที่หน้ารายละเอียดสินค้าในร้าน/เว็บที่ซื้อ หรือพลิกไปหน้าท้ายเล่ม (หน้าสารบัญกับหน้าสุดท้ายจะบอกช่วงหน้าได้คร่าว ๆ) ตอนเราหาข้อมูลเองเจอหลายตัวเลข เลยสรุปว่าอย่ายึดจากโพสต์เดียว ให้เช็กจาก ISBN/สำนักพิมพ์ของฉบับนั้น ๆ จะตรงที่สุด ส่วนตัวอ่านเล่มนี้แล้วเข้าใจเลยว่าทำไมคนถึงอยากรู้รายละเอียดเล่มก่อนซื้อ เพราะเป็นหนังสือที่ “หยิบเปิดอ่านเป็นตอน ๆ” ได้จริง เวลาใจเหนื่อย ๆ แค่เปิดบทสั้น ๆ ก็ได้เครื่องมือกลับไปใช้ทันที เหมือนข้อความบนปกที่ชวนให้ “เวลาที่ใจเหนื่อย ลองเปิดเล่มนี้ดู” บทที่เราชอบมากคือแนว “เปลี่ยนวันแย่ ๆ เป็นวันดี ๆ” เพราะมันไม่ได้บอกให้คิดบวกแบบฝืน แต่พาเรากลับมาดูสิ่งเล็ก ๆ ที่ควบคุมได้ เช่น การตั้งเป้าหมายสั้น ๆ ในวันนั้น การพักให้ถูกวิธี หรือการทำกิจกรรมที่ช่วยรีเซ็ตอารมณ์แบบเร็ว ๆ อ่านแล้วรู้สึกว่า วันแย่ไม่จำเป็นต้องพังทั้งวัน อีกบทที่โดนใจคือเรื่อง “การรับมือคำวิจารณ์และการไม่ยอมรับ” คือปกติเราเป็นคนคิดวนมาก พอโดนติจะเอามาคิดต่อจนเหนื่อยเอง เล่มนี้ช่วยจัดระเบียบความคิด ทำให้แยกได้ว่าอะไรคือฟีดแบ็กที่เอาไปปรับได้ กับอะไรคือคำพูดที่ไม่จำเป็นต้องแบกไว้ ทริคที่เราเริ่มใช้จริงหลังอ่านคือการ “รับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้น” ก่อน ไม่รีบตัดสินตัวเองว่าอ่อนแอ แล้วค่อย “ก้าวไปข้างหน้าทีละนิดทุกวัน” อันนี้ช่วยมากเวลาวันไหนหมดแรง เพราะมันทำให้เรายอมให้ตัวเองช้าลงได้โดยไม่รู้สึกผิด ถ้าจะให้แนะนำสำหรับคนลังเล: ถ้าคุณชอบหนังสือที่เป็นเครื่องมือดูแลใจแบบทำตามได้ทันที (ไม่ต้องอ่านยาวรวดเดียว) เล่มนี้เหมาะมากค่ะ และถ้ากังวลเรื่องจำนวนหน้า/ความหนา แนะนำเช็ก pages จากฉบับที่จะซื้อก่อน แล้วค่อยตัดสินใจตามสไตล์การอ่านของตัวเอง จะได้ไม่พลาด