ใช้ปลาน้ำดอกไม้แทนปลากระบอก 💋วิธีทา: รากผักชี/หัวหอม/กะปิ/พริกไทย ตำเข้ากัน น้ำเดือดใส่เครื่องปรุง เอาปลาที่ล้างให้สะอาด ใส่ลงไป ปรุงด้วยน้ำมะขาม/น้ำตาลปีบ/น้ำตาลทราย/ใส่ขิง/ต้นหอม ชิมรส เปรี้ยวหวาน

2025/8/24 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมหลายคนถามว่า “ปลาน้ำดอกไม้ ประโยชน์” มีอะไรบ้าง แล้วเหมาะทำเมนูแบบไหน เราลองทำเป็นปลาน้ำดอกไม้ต้มส้ม (บางบ้านเรียกต้มส้มปลา) แทนปลากระบอกแล้วรู้สึกว่าเนื้อปลานุ่ม กลิ่นไม่แรง ทำง่ายและได้สารอาหารดีด้วย ประโยชน์ของปลาน้ำดอกไม้ (ในมุมคนทำกับข้าวกินเอง) 1) โปรตีนคุณภาพดี: ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่ช่วยซ่อมแซมร่างกาย อิ่มนาน เหมาะกับมื้อเบาๆ แต่ยังอยู่ท้อง 2) ไขมันดีจากปลา: โดยทั่วไปปลาจะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด (แนะนำทำแบบต้ม/นึ่ง จะคุมไขมันได้ดีกว่าทอด) 3) วิตามินและแร่ธาตุ: ปลาให้แร่ธาตุอย่างฟอสฟอรัสและซีลีเนียมที่เกี่ยวกับกระดูกและภูมิคุ้มกัน และมักมีวิตามินบีกลุ่มต่างๆ ที่ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ 4) ทำเมนู “ต้มส้ม” ได้คล่องตัว: เมนูน้ำซุปเปรี้ยวหวานช่วยเจริญอาหาร กินกับข้าวสวยร้อนๆ คือดีมาก ทริคเลือกปลาน้ำดอกไม้ให้สด (ช่วยให้ไม่คาว) - ตาใส ไม่ขุ่น ไม่ยุบ - เหงือกสีแดง/ชมพู ไม่คล้ำและไม่มีกลิ่นแรง - เนื้อแน่น กดแล้วเด้ง - ถ้าเป็นปลาที่แล่แล้ว ให้ดูว่าเนื้อไม่แฉะและไม่มีกลิ่นฉุน วิธีเตรียมปลาให้ต้มแล้วน้ำซุปใส - ล้างให้สะอาด แล้วซับให้แห้งนิดหนึ่งก่อนลงหม้อ - ถ้ากลัวคาว ให้ขยำด้วยเกลือเล็กน้อยแล้วล้างออก หรือใช้น้ำมะนาวนิดเดียว (อย่านาน เดี๋ยวเนื้อปลาเละ) ไอเดียปรุง “ปลาน้ำดอกไม้ต้มส้ม” ให้อร่อยกลมกล่อม - เครื่องตำแบบบ้านๆ: รากผักชี + หอม + กะปิ + พริกไทย ตำให้หอม - เคล็ดลับคือ “ละลายเครื่องกับน้ำเดือดก่อน” ให้กลิ่นเครื่องออก แล้วค่อยใส่ปลา - ปรุงรสเปรี้ยวหวานด้วยน้ำมะขาม + น้ำตาลปี๊บ (เติมน้ำตาลทรายนิดหน่อยได้) ชิมให้ได้รสเปรี้ยวหวานนำ เค็มตาม - ใส่ขิงและต้นหอมช่วงท้ายๆ จะช่วยเพิ่มความหอมและลดกลิ่นคาว คำแนะนำการกินให้ได้ประโยชน์มากขึ้น - ถ้าคุมสุขภาพ เลือกกินกับข้าวกล้อง/ผักลวกเพิ่มไฟเบอร์ - ระวังโซเดียมจากกะปิและการปรุงเค็ม ชิมทีละน้อยจะพอดีที่สุด สรุปคือ ปลาน้ำดอกไม้ให้โปรตีนดี มีไขมันดีและแร่ธาตุหลายอย่าง แถมทำ “ปลาน้ำดอกไม้ต้มส้ม” ได้อร่อยง่ายๆ รสเปรี้ยวหวานซดคล่อง ลองทำดูแล้วจะติดใจค่ะ