ภาษีขาดตั้งแต่ปี 66 อยากต่อเป็นปีปัจจุบันใช้เงินเท่าไหร่

บ้านพักสำนักงานขนส่ง จังหวัดขอนแก่น แห่งที่2
6/17 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้า “ภาษีรถยนต์ขาด 1 ปี” (เช่น ขาดตั้งแต่ปี 66) แล้วอยากต่อให้เป็นปีปัจจุบัน หลายคนกังวลเรื่อง “ค่าปรับร้อยละ” ว่าจะบานปลายไหม จากที่เคยไปทำจริง ๆ แนวคิดคำนวณจะเป็นแบบนี้ค่ะ: ต้องจ่าย “ภาษีรายปีที่ค้าง” + “ภาษีของปีที่จะต่อ” และมี “เงินเพิ่ม” (ค่าปรับ) คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ “ภาษีที่ค้าง” ตามจำนวนเดือนที่ขาด (ยิ่งปล่อยนาน เงินเพิ่มยิ่งเพิ่ม) แต่โดยทั่วไปจะมีเพดานไม่ให้เกินจำนวนหนึ่งตามกฎของกรมการขนส่งฯ ด้วย สิ่งที่อยากให้โฟกัสคือ ภาษีรถไม่ได้เท่ากันทุกคัน—ขึ้นกับประเภทรถ/ขนาดเครื่อง (CC) และอายุรถ ตัวอย่างที่คนถามกันบ่อยคือรถประมาณ 1,500 CC หลายคันจะอยู่ราว ๆ “ปีละประมาณพันบาท” (ตัวเลขจริงดูจากเล่มรถ/ระบบตอนยื่น) เพราะงั้นถ้าขาด 1 ปี ก็ให้ประเมินคร่าว ๆ ว่า “ภาษีค้าง 1 ปี + ภาษีปีปัจจุบัน” แล้วบวกเงินเพิ่มอีกก้อนหนึ่ง (มักไม่ถึงกับเท่าภาษีทั้งปี แต่ขึ้นกับระยะเวลาที่ขาดจริงเป็นเดือน) ทริคที่ช่วยให้ไม่เสียเที่ยว: 1) เตรียมเอกสารให้ครบ - เล่มทะเบียนรถ/สำเนาเล่ม - พ.ร.บ. (ประกันภาคบังคับ) ที่ยังไม่หมดอายุ หรือเตรียมซื้อก่อนต่อภาษี - บัตรประชาชนเจ้าของรถ (ถ้าไปแทน เตรียมหนังสือมอบอำนาจ) 2) รถต้อง “ตรวจสภาพ” ไหม? โดยมากรถที่อายุถึงเกณฑ์ต้องตรวจสภาพ ตรอ. ก่อนต่อภาษี หากขาดมานาน แนะนำโทรถามขนส่งหรือเช็กในระบบก่อน จะได้ไม่ไปแล้วโดนให้กลับไปตรวจเพิ่ม 3) ขั้นตอนที่ฉันใช้เวลาไปทำ - ไป ตรอ. (ถ้ารถถึงเกณฑ์) ตรวจสภาพให้ผ่าน - ซื้อ/ต่อ พ.ร.บ. - ไปขนส่งหรือช่องทางออนไลน์ที่รองรับ เพื่อชำระภาษีค้าง + เงินเพิ่ม + ภาษีปีปัจจุบัน บางเคส “ได้ทะเบียนใหม่ภายในวัน” ถ้ามีเรื่องป้าย/เอกสารที่ต้องปรับปรุง แต่ส่วนใหญ่ต่อภาษีจบได้ในวันเดียวถ้าเอกสารครบ 4) กรณีจะ “โอนรถทะเบียนต่างจังหวัด” ถ้ากำลังจะซื้อขายหรือโอน รถที่ภาษีขาดมักต้องเคลียร์ภาษีให้เรียบร้อยก่อน ทำให้โอนง่ายกว่าและไม่ติดขั้นตอน แนะนำเคลียร์ภาษีให้เป็นปีปัจจุบันก่อน แล้วค่อยไปทำเรื่องโอน จะประหยัดรอบและลดความสับสน สุดท้าย ถ้าอยากรู้ตัวเลขเป๊ะ ๆ ให้เตรียมเลขทะเบียน/ข้อมูลรถ แล้วลองสอบถามที่ขนส่งหรือเช็กค่าภาษีในระบบตอนยื่นได้เลย เพราะค่าปรับร้อยละจะคำนวณตาม “เดือนที่ขาดจริง” ของรถคันนั้นค่ะ