6 km stamina : ในวันที่ร่างกายประคองจิตใจ

หลังเจอมรสุมงานรุมเร้าจนสภาพจิตใจเหี่ยวเฉาไปหลายวัน ร่างกายกลับมีแรงเหลือล้นจนรู้สึกอึดอัด ถึงขั้นที่หากวันนี้ไม่ได้วิ่งคืนนี้คงหลับไม่สนิทเป็นแน่ ตัดสินใจเปลี่ยนชุดสวมรองเท้าและออกไปวอร์มเบาๆ กระตุ้นร่างกายที่แข็งทื่อให้พอมีเหงื่อซึม หยิบมือถือมาถ่ายพื้นและท้องฟ้าซึ่งทำจนติดเป็นนิสัย พอเอามือถือไปเก็บก็กดนาฬิกาและเงยหน้ามองฟ้าอีกครั้ง ... เมฆครึ้มๆ นี้ดูน่าอึดอัดและหม่นหมองซะจริง

ณ ช่วงเวลาที่กำลังวิ่ง เลือดลมเริ่มสูบฉีดหัวใจค่อยๆ ไต่ระดับ ในหัวกลับว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ไม่มีเรื่องให้คิด ไม่มีอะไรให้กังวล มีแค่สัมผัสของลมหายใจที่ปลายจมูก จังหวะรอบขาบนเส้นทางที่คุ้นเคยและความชื้นในอากาศ ผ่านไป 4 กิโลแบบเปื่อยๆ จนเข้าโค้งเจอกับแสงอาทิตย์อัสดง หัวใจยังสูบฉีดเหมือนเดิม รอบขายังไหลเหมือนเดิม แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นและมีพลังบวกขึ้นมานิดๆ จากที่หัวโล่งแบบไร้ความคิดกลับกลายเป็นความโล่งที่รู้สึกผ่อนคลาย แต่ทั้งหมดนั้นอาจจะเป็นกองไฟเล็กๆ ท่ามกลางความหนาวเหน็บก็เป็นได้

#mbtzsin

#running

#justanotherday

#sauconyendorphinazura

9/27 แก้ไขแล้ว

... อ่านเพิ่มเติมหลายครั้งที่ชีวิตเต็มไปด้วยความเครียดและความกดดัน จนเรารู้สึกว่าจิตใจแทบจะรับไม่ไหว การออกไปวิ่งเองก็เปรียบเสมือนการเปิดช่องทางให้ตัวเองได้ผ่อนคลายและฟื้นฟูพลังใจ ในประสบการณ์ของผม บางครั้งสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่การแก้ปัญหาใหญ่โต แต่มันคือการปล่อยให้ใจได้พักและปล่อยความคิดฟุ้งซ่านออกไป การวิ่งระยะไม่ไกล เช่น 6 กิโลเมตร เป็นสิ่งที่เหมาะอย่างยิ่ง เพราะมันไม่เหนื่อยจนเกินไปแต่ก็ทำให้ร่างกายขยับและหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ที่ช่วยสร้างความรู้สึกดีขึ้นมาได้ทันที ผมเคยลองสังเกตตอนวิ่งว่าในขณะที่ก้าวเท้าบนเส้นทางที่คุ้นเคย จะรู้สึกถึงความสดชื่นของอากาศ ความชื้นที่ลอยอยู่ในอากาศ และการเปลี่ยนแปลงของแสงและบรรยากาศรอบตัว เช่น แสงอาทิตย์อัสดงที่จะช่วยเติมเต็มความอบอุ่นให้กับจิตใจ ลมหายใจที่รู้สึกได้ชัดเจนในแต่ละจังหวะการวิ่ง ยังเป็นเหมือนสมาธิที่ทำให้ใจสงบ ไม่คิดฟุ้งซ่านกับเรื่องราวที่เครียดหรือกังวลอยู่ เป็นโอกาสให้เราได้อยู่กับตัวเอง ทำความรู้จักกับความเหนื่อยล้าของจิตใจ และให้เวลาตัวเองได้ชาร์จพลังใหม่ นอกจากนี้ การพกโทรศัพท์เพื่อถ่ายภาพวิวหรือบรรยากาศระหว่างทางก็ช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้เราได้เห็นความงามเล็ก ๆ น้อย ๆ รอบตัว อีกทั้งยังเป็นรางวัลเล็ก ๆ ที่ทำให้การวิ่งมีความหมายและจุดมุ่งหมายมากขึ้น ถ้าคุณกำลังรู้สึกเหนื่อยใจ การจัดเวลาสัก 30-40 นาทีไปวิ่งเบา ๆ ย่อมเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่เพียงแต่ช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว แต่ยังช่วยให้จิตใจของคุณได้กลับมาสดชื่นและพร้อมรับมือกับปัญหาในวันถัดไปได้อีกครั้ง ท้ายที่สุดคือการวิ่งไม่จำเป็นต้องแข่งกับใคร แต่คือการแข่งขันกับตัวเอง เพื่อเข้าใจและยอมรับความรู้สึกในวันที่ร่างกายและใจของเราต้องการพักผ่อนและกำลังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ