บลัชออนของสาว Olive Skin Tone🫒

🫑เช็คโทนผิวกันหน่อยค่าาา สาว Olive Skin Tone จะออกไปทางสีเบจอมเขียว จะไม่ชมพูหรือเหลืองชัดเจนมาก

🫒วิธีสังเกตคือ เส้นเลือดบริเวณข้อมือจะออกเขียวอมฟ้า หรีอเขียวอมม่วงนั่นเองค่าาา มักจะใส่เครื่องประดับได้ทั้งโทนทองและโทนเงินเลย แต่ใส่เสื้อผ้า warm tone ไม่เข้า มาถึงเมคอัพกันบ้าง ขอแนะนำเมคอัพที่ปัดแล้วเข้ากับโทนผิวสาว olive skin tone ค่าา

🥑La Glace Cream Blush เบอร์ 05 Slay The Game ครีมบลัชโทนตุ่นนัวๆ ใช้ทาผสมก็สวย ทาเดี่ยวๆ ก็รอด บอกเลยว่าโทนสีนี้ทาได้ทุกเฉดสีผิวเลยน้าา สีที่ทาแล้วเซฟที่สุด แล้วเนื้อครีมบลัชคือเกลี่ยง่ายมากก

🥝 Oh My Blush Dot เบอร์ 12 Cinnamon บลัชครีมทาแก้มสีหวาน เกลี่ยง่ายยย สีชัดละมุนเป็นธรรมชาติที่สุด ใช้นิ้วเกลี่ยก็ได้ ใช้นิดเดียวพอนะคะ สีออกน้ำตาลอมชมพู ที่สาวๆใช้ได้ลุคสวยยยย

🍏 ODBO Iconic Powder Blush เบอร์ 04 Cozy บลัชฝุ่นโทนวอร์มที่ไม่หมอง เนื้อสีชัดมากก บลัชฝุ่นที่ให้ลุคผิวเป๊ะ ปาดแล้วสวยติดทนนานมากก มีสีเดียวไม่พอเลยค่า

🍐 ODBO Duo Fuse Blush&Highlight เบอร์ 05 Cheer Date อันนี้ต้องมีนะะ บลัชที่มีทั้งบลัชฝุ่นเนื้อแมทต์และชิมเมอร์ในตลับเดียว สวยมากกก บอกเลยว่าปัดใช้คู่กันแล้วสวยสง่ามากก ใช้ได้ทั้งบลัชแมทต์เดี่ยวๆ หรือบลัชชิมเมอร์เดี่ยวๆก็สวยมากก

🍋‍🟩 4U2 Heart Blush เบอร์ 09 To Be Happy บลัชหัวใจสีออกโทนแดงอุ่นๆ น้ำตาลอุ่นบ่มแดด สายฝอนิดหน่อยแต่เอเชียรอดค่าา บลัชจะปัดง่าย พิกเมนต์ชัด

🍈 Kage Filter Blush เบอร์ Lychee บลัชสีลิ้นจี่ฮิตมากกก สวยทุกเฉดผิว ทาแล้วติดทนมากน้องเป็นฟิลเตอร์บลัช เหมือนหน้าติดฟิลเตอร์ตลอดเวลา สีชัดสุดๆ เกลี่ยง่ายใช้ได้นาน ตลับแข็งแรงน้าา

🥦 Cathy Doll Sundrop Melablush เบอร์ 01 Coco Beach บลัชหลิงออมแบบเนื้อน้ำ เกลี่ยง่าย และน้องเป็นบลัชออนกันแดดด้วยน้าาา ชอบมากก สีสวยมาก สีออกโทนกลาง ที่ใช้แล้วสบายใจไม่ต้องกลัวแก้มจะแรงเกิน สีสุภาพละมุนที่สุบบบ

#maycoco #oliveskintone #Blushon #บลัชออนติดทน #บลัชออน

2025/11/26 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าเป็นสาว Olive Skin Tone แล้วกำลังหา “บลัชโทนปานกลาง + ฟินิชแมท + ราคาประหยัด” บอกเลยว่าเลือกถูกเฉดนิดเดียวก็ทำให้หน้าดูแพงขึ้นมาก เพราะผิวโทนเหลืองอมเขียวมีจุดเสี่ยงคือ “ปัดแล้วหมอง/ดูเทา” ได้ง่าย โดยเฉพาะชมพูหวานจัดหรือม่วงอมฟ้าเกินไป ทริคที่เราใช้เวลาเลือกบลัชโทนปานกลางสำหรับผิว Olive คือมองหาเฉดที่มี “น้ำตาล/พีช/ส้มอิฐ/กุหลาบตุ่น” เป็นเบส จะช่วยบาลานซ์ความเขียวในผิว ทำให้แก้มดูมีเลือดฝาดแบบธรรมชาติ สีแนวส้มนู้ดอมชมพู, น้ำตาลอมชมพู, พีชแมท หรือแดงอมน้ำตาลอบอุ่น (sun-kissed) คือปลอดภัยมาก ถ้าอยากได้ลุคสุภาพไปทำงาน เลือกความเข้มระดับกลาง (ปานกลาง) แล้วค่อยๆ เติมทีละชั้นจะคุมโทนง่ายกว่า เรื่องเนื้อบลัช ถ้าอยากได้ลุคแมทแต่ยังดูผิวสวย เราชอบทำ “ครีมก่อน-ฝุ่นทับ” โดยใช้ครีมบลัชแตะบางๆ บริเวณหน้าแก้ม แล้วลงบลัชฝุ่นแมทโทนใกล้กันทับเบาๆ วิธีนี้ทำให้สีติดทนขึ้นและผิวดูเนียน (เหมือนใส่ฟิลเตอร์) แต่ไม่ต้องเลือกสีเข้มมาก เพราะการเลเยอร์จะทำให้เม็ดสีชัดขึ้นเอง สำหรับคนที่ผิวมันหรือเหงื่อออกง่าย แนะนำให้เลือกบลัชฝุ่นแมทเป็นหลัก แล้วใช้แปรงพุ่มเล็กปัดวนเบาๆ จะได้ฟุ้งสวย ไม่เป็นปื้น ส่วนใครผิวแห้ง/มีรูขุมขนชัด ครีมหรือเนื้อน้ำจะกลืนผิวดีมาก แต่ควรเซ็ตด้วยแป้งโปร่งแสงบางๆ บริเวณข้างจมูกและเหนือร่องแก้มเพื่อกันสีไหล อีกอย่างที่ช่วยให้ “โทนปานกลาง” ดูพอดีคือวางตำแหน่งปัด: ถ้าอยากหน้าเรียวและดูแพง ให้เริ่มจากใต้โหนกแก้มแล้วไล่ขึ้นขมับเล็กน้อย (อย่าลากยาวเกิน) แต่ถ้าอยากหน้าเด็ก ให้แตะที่หน้าแก้มตรงๆ แล้วเบลนด์ออกด้านข้างนิดเดียว ผิว Olive จะยิ่งดูละมุนเมื่อจับคู่กับลิปโทนนู้ดพีช/น้ำตาลกุหลาบ และอายแชโดว์โทนอุ่นแบบแมท สุดท้าย ถ้ากำลังลังเลระหว่าง “แมทล้วน” กับ “ดูโอ้แมท+ชิมเมอร์” เราว่าแมทเหมาะกับทุกวันและถ่ายรูปได้คมกว่า ส่วนชิมเมอร์ใช้แตะบางๆ เฉพาะจุดที่อยากให้แก้มดูอิ่ม (แต่ถ้ารูขุมขนกว้างมาก ให้เน้นแมทจะปลอดภัยกว่า) รวมๆ คือสาว Olive เลือกบลัชโทนปานกลางแนวพีช-น้ำตาล-กุหลาบตุ่น แล้วคุมเลเยอร์ดีๆ รับรองปัดแล้วไม่หมอง แถมได้ลุคแพงแบบราคาน่ารักค่ะ

ค้นหา ·
บลัชออนผิวโอลีฟ