ชั้นอุ้มท้องเธอมา 9 เดือนไม่มีความหมายเลยหรือ 🥹 #คุณแม่มือใหม่ #แม่ลูกอ่อน #แม่และเด็ก #บ้านฉันสนุกเวอร์ #มิ้นแคนดี้
@มิ้นแคนดี้ 🍭
@มิ้นแคนดี้ 🍭
@มิ้นแคนดี้ 🍭
ช่วงที่ลูกเริ่มพูดคำแรก ๆ บ้านเราคือพยายามเต็มที่ให้เรียก “หม่าม๊า” แต่ความจริงคือ…พอถึงเวลาลูกโวยวาย หิว หรืออยากกินนม ดันเรียก “ป่าป๊าาา~” คล่องมาก แบบง่าย ๆ เลย ส่วนเรานี่ได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนหายใจ “เฮ้อออ” น้อยใจนิด ๆ แต่ก็พยายามตั้งสติว่าเด็กยังไม่เข้าใจความหมายทั้งหมด แค่เลือกคำที่ออกเสียงง่ายและได้ผลเร็ว จากที่สังเกต เด็กผู้หญิง (และเด็กหลายคน) มักจะเลือกคำที่ “เสียงสั้น ชัด และสนุก” ก่อน คำอย่าง “ป่าป๊า” หรือ “หม่ำ ๆ” ออกเสียงง่ายกว่า “หม่าม๊า” บางทีลูกไม่ได้รักพ่อนะ แค่คำมันติดปากเฉย ๆ เลยอยากแชร์ทริคที่เราใช้แล้วช่วยได้ (แบบไม่บังคับลูกจนร้องไห้) 1) ทำให้คำว่า “หม่าม๊า” ผูกกับสิ่งดี ๆ ของลูก เวลาจะอุ้ม กอด ป้อนข้าว หรือให้กินนม ให้พูดนำก่อนเสมอ เช่น “หม่าม๊ามาแล้วว” “มาหม่ำ ๆ กับหม่าม๊านะ” พูดซ้ำด้วยน้ำเสียงเดิม ๆ ให้เป็นแพตเทิร์น เด็กจะจำจากสถานการณ์ 2) เล่นเกมเรียกชื่อแบบสั้น ๆ วันละไม่กี่นาที เราใช้เกมง่ายมาก ซ่อนหน้าหลังหมอนแล้วโผล่มา “บู๊!” แล้วพูด “หม่าม๊า” ให้ลูกเลียนแบบ ถ้าลูกยังไม่พูด ก็ให้ทำเสียงพยางค์แรก “หม่า…” ก็ยังดี อย่ากดดันให้ต้องพูดเต็มคำ 3) อย่าเผลอให้ “ป่าป๊า” เป็นคำที่ได้รางวัลตลอด ถ้าลูกเรียกป่าป๊าแล้วพ่อรีบพุ่งมาแก้ปัญหาทุกครั้ง เด็กจะจำว่าเรียกคำนี้แล้วได้สิ่งที่ต้องการเร็ว บ้านเราเลยคุยกันว่า ถ้าลูกเรียกป่าป๊าตอนอยากกินนม ให้พ่อช่วยส่งต่อแบบน่ารัก ๆ เช่น “เรียกหม่าม๊าสิ แม่อยู่ตรงนี้” แล้วเราค่อยเข้ามารับช่วง 4) ใช้รูปภาพ/วิดีโอตัวเองช่วย ลองเปิดคลิปเราพูด “หม่าม๊า” สั้น ๆ หรือชี้รูปแม่แล้วพูดซ้ำ เด็กจะเชื่อมคำกับภาพได้ไวขึ้น โดยเฉพาะตอนอารมณ์ดี ไม่งอแง สุดท้ายอยากบอกคุณแม่ว่า ต่อให้วันนี้ลูกสาวยังเรียกแต่ป่าป๊า ก็ไม่ได้แปลว่า 9 เดือนที่เราท้องไม่มีความหมายนะ แม่คือคนที่อยู่กับเขาในทุกวัน เพียงแค่จังหวะพัฒนาการเขายังเลือกคำที่ง่ายก่อน เดี๋ยววันนึงพอพูดคล่องขึ้น คำว่า “หม่าม๊า” จะมาเองแบบที่เรายิ้มไม่หุบเลย





































