หาเรื่องมู ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง

จุดแรกที่ต้องไหว้ คือ ทีตี้แป่บ้อ

เขาจะเรียกว่าไหว้ฟ้าบิดา ดินมารดา ใช้ธูป 5 ดอก เหมือนเป็นการบอกกล่าวฟ้าดินก่อนว่าเรามาขอพรนะ

คนจีนเขาจะซีเรียสเรื่องลำดับมาก เลยต้องไหว้เทพสูงสุดก่อน ก็คือ ที่กง หรือจักรพรรดิหยก ท่านเป็นเหมือนหัวหน้าของเทพทั้งหมด แนะนำตัวขอให้ท่านเปิดทางให้เราก่อน

จุดที่ 2

คือ เทียนโหวเซี้ยบ้อ หรือที่เราคุ้นกันว่า เจ้าแม่ทับทิม ท่านคือพระมารดาแห่งสวรรค์ คนจะนิยมมาขอเรื่องลูก เรื่องทั่วไป งาน การเรียน การค้าขาย แล้วก็เรื่องเดินทาง โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ

จริงๆ แล้วท่านเคยเป็นคนจริงๆ มาก่อน แซ่หลิน อยู่แถวเกาะเหมยโจว สมัยราชวงศ์ซ่ง เชื่อว่าท่านมีฤทธิ์ ช่วยเหลือคนได้ พอท่านเสียชีวิตไป คนก็สร้างศาลไว้ไหว้ แล้วขออะไรก็ได้ผล เลยศรัทธากันต่อๆ มา จากเทพท้องถิ่นก็ค่อยๆ ได้รับการยกย่อง จนกลายเป็นเทพใหญ่ ได้รับพระยศจากจักรพรรดิหลายยุค

ส่วนชื่อ มาจู่ ที่คนจีนเรียกกัน เขาว่ากันว่าถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินกลางทะเล เรียกสั้นๆ แบบนี้ ท่านจะมาช่วยได้ทัน แต่ถ้าเรียกชื่อยศยาวๆ ท่านต้องแต่งองค์ก่อน เดี๋ยวจะมาไม่ทัน 😄

ที่บ้านเราเรียก เจ้าแม่ทับทิม ก็เพราะเห็นคนจีนถวายผ้าแดง เลยเรียกติดปากกันมาจนถึงทุกวันนี้เลยจ้า

จุด 2.1

คือ กวงเสียที่กุง หรือกวนอู คนจะมาขอเรื่องการค้าขาย การงาน โดยเฉพาะงานราชการ ทหาร ตำรวจ เรื่องเรียน สอบ

แล้วก็ขอให้ชีวิตสงบๆ ราบรื่น

กวนอูเป็นคนจริงในสมัยสามก๊ก เป็นขุนพลของเล่าปี่ และเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่และเตียวหุย จุดเด่นของท่านคือความซื่อสัตย์ จงรักภักดี แล้วก็กล้าหาญมาก เลยกลายเป็นเทพที่คนจีนเคารพนับถือมาจนถึงทุกวันนี้

รูปกวนอูที่เราเห็นกัน ส่วนใหญ่หน้าจะออกแดงๆ หนวดยาว ตามที่เขาเล่าไว้ในสามก๊ก บางตำนานก็บอกว่าหน้าแดงเพราะเคยช่วยชาวบ้าน ฆ่าคนร้าย แล้วต้องหนี สวรรค์เลยช่วยให้หน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง จะได้รอดจากการถูกจับ สุดท้ายท่านก็ได้รับการยกย่องเป็น มหาเทพกวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์และความยุติธรรม

จุด 2.2

คือ จูแซเนี้ย หรือที่เรียกกันว่าเจ้าแม่ประทานบุตร คนส่วนใหญ่มาขอเรื่องลูก ขอให้ตั้งครรภ์ง่าย คลอดปลอดภัย แล้วก็ขอให้ลูกแข็งแรง

ท่านจะดูแลตั้งแต่การตั้งครรภ์ ไปจนถึงคุ้มครองดวงชะตาเด็กเลย

รูปเจ้าแม่ที่เห็นกัน มักจะถือพู่กันกับสมุด เหมือนเป็นคนจดรายชื่อเด็กที่จะมาเกิด ว่าใครจะเกิดตอนไหน กับครอบครัวไหน

มีตำนานเล่าว่า จริงๆ ท่านเป็นหนึ่งในเทพที่ดูแลเรื่องเด็ก เป็นน้องสาวของเทพแห่งความมั่งคั่ง พอคนศรัทธามากเข้า ก็เลยนับถือรวมกันเป็นเจ้าแม่ประทานบุตรองค์เดียว

อีกเรื่องที่คนเล่ากันคือ ท่านเคยแปลงกายเป็นหญิงแซ่เฉิน ไปช่วยทำคลอดให้ผู้หญิงที่ท้องนานมากถึง 17 เดือน จนคลอดปลอดภัย พอจะให้รางวัล ท่านขอแค่ผ้าเช็ดหน้าผืนเดียว ต่อมาคนไปเจอผ้าเช็ดหน้านั้นอยู่ในศาลเจ้า เลยเชื่อกันว่านั่นแหละ เจ้าแม่ประทานบุตรที่แปลงกายมาช่วยคนจริงๆ

จุด 3

คือ เทพเจ้ามังกรเขียว หรือที่เรียกว่า ชิงหลงเหล่าเหยีย / แชเหล็งเอี้ย คนจะมาขอให้ท่านช่วยคุ้มครองดวง ขับไล่สิ่งไม่ดี ปัดเป่าเคราะห์ เสริมดวงชีวิต แล้วก็ขอเรื่องโชคลาภ เสี่ยงโชคด้วย

แต่เดิมคนจีนเชื่อว่า มังกรคือเทพที่ดูแลแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำ บ่อน้ำ ทะเล และเป็นผู้บันดาลฝน ทำให้บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์ สมัยก่อนแถวแยงซี แต้จิ๋ว ฮกเกี้ยน จะมีความเชื่อว่างูที่ลอยมากับน้ำหลากคือมังกรเขียว ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นมาเลี้ยง บูชาด้วยไข่ดิบ พอเสร็จพิธี งูก็จะเลื้อยกลับออกไปเอง เลยยิ่งเชื่อว่าเป็นเทพคุ้มครองจริงๆ

ต่อมาศาลบางแห่งมีการเปลี่ยนเทวรูป แต่คนก็ยังเรียกกันติดปากว่า เทพเจ้ามังกรเขียว ตามชื่อเดิม เพราะศรัทธาในพลังการคุ้มครองและการปัดเป่าสิ่งไม่ดีของท่านนั่นเอง

จุด 4

คือ แป๊ะกง / ป๋อกง / ฮกเต็กแป๊ะกง

คนจะมาขอเรื่องค้าขาย โชคลาภ แล้วก็เรื่องทั่วไปในชีวิต

จริงๆ แล้วท่านเคยเป็นคนมาก่อน ชื่อ จางผู้เต๋อ เป็นข้ารับใช้ของขุนนางสมัยราชวงศ์โจว วันหนึ่งเจ้านายต้องเดินทางด่วน เลยให้จางผู้เต๋อพาลูกสาวตามไปทีหลัง ระหว่างทางเจอพายุหิมะ เขาเลยถอดเสื้อคลุมของตัวเองให้เด็กผู้หญิงใส่ จนเด็กปลอดภัย แต่ตัวเขาเสียชีวิตเพราะหนาวจัด

หลังจากนั้น เจ้านายฝันเห็นมังกรคาบผ้าแพรสีแดงมาให้ บอกว่าจางผู้เต๋อได้กลายเป็นเทพ พอตื่นมาก็เจอผ้าแพรนั้นจริงๆ เลยสร้างศาลไว้บูชา ต่อมาท่านก็ได้รับการยกย่องเป็นเทพผู้ดูแลผืนดิน เป็นเหมือนหัวหน้าเทพประจำพื้นที่ แล้วก็เป็นเทพแห่งความมั่งคั่งด้วย เพราะคนจีนเชื่อว่าทรัพย์สินเกิดจากผืนดิน

ส่วนที่เรียกว่า แป๊ะกง ก็เหมือนเรียกท่านแบบญาติผู้ใหญ่ในบ้าน ฟังแล้วใกล้ชิด อบอุ่น ใครมีเรื่องเดือดร้อนก็แวะมาขอพรได้เลย

จุดที่ 5

เจ้าที่ ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง ที่นี่พิเศษตรงที่เขามีทั้ง แป๊ะกง แล้วก็ ตี่จู้เอี๊ยะ ตั้งบูชาอยู่ในศาลเดียวกัน รวมกับเจ้าแม่ทับทิม หรือที่เรียกว่า เทียนโหวเซี้ยบ้อ / ม่าจ้อโป๋ คือมาไหว้ที่เดียวได้ครบเลย

ฟีลมันดีมากจริงๆ เหมือนมีทั้งเทพคุ้มครองพื้นที่ ดูแลโชคลาภ การงาน แล้วก็เจ้าแม่ที่เมตตา ใครเข้ามาก็รู้สึกอุ่นใจ สงบ พลังงานดีแบบสัมผัสได้เลย

จุดที่ 6-7

เหมิ่นสิน แปลตรงๆ ก็คือเทพเฝ้าประตู หรือที่เราเรียกกันว่า ทวารบาล เวลาไปศาลเจ้าหรือศาลบรรพบุรุษ จะเห็นรูปหรือรูปปั้นยืนอยู่สองข้างประตู หน้าที่ของท่านคือคอยเฝ้าทางเข้าออก ไม่ให้สิ่งไม่ดี ภูตผี หรือพลังลบต่างๆ ผ่านเข้าไปได้ และคอยคุ้มครองคนที่เข้าออกด้วย

ตามความเชื่อจีน ทวารบาลก็มีหลายแบบ บางองค์เป็นสายบู๊ หน้าตาดุ ถืออาวุธ ดูแข็งแรง เอาไว้ขู่สิ่งชั่วร้าย บางองค์เป็นสายบุ๋น ดูสุขุม มีปัญญา แล้วก็มีแบบที่คนมาขอพรเรื่องต่างๆ ด้วย

คู่ที่เห็นบ่อยๆ ก็อย่าง เสินถู กับ อวี้เหล่ย หรืออีกคู่คือ ฉินฉง กับ เว่ยฉือกง ซึ่งเป็นเทพนักรบทั้งคู่ หน้าตาจะดุดันหน่อย เพราะเขาเชื่อว่ายิ่งดูน่าเกรงขาม ก็ยิ่งปกป้องสถานที่ได้ดี

สรุปง่ายๆ เหมิ่นสินก็คือเทพที่ยืนเฝ้าประตู คอยกันเรื่องไม่ดีออกไป และดูแลให้ข้างในสงบปลอดภัยนั่นเอง 👍

เพื่อนๆคนไหนไปมูกันมาแล้ว มูยังไง. ปังแบบไหน ยังไงกันบ้าง มาแขร์กันหน่อยน๊า

1/15 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมถ้าใครตั้งใจไป “มู” ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง แล้วค้นหาเรื่อง “บทสวดเจ้าแม่ทับทิม/บทสวดบูชาเจ้าแม่ทับทิม” เรารวบรวมเป็นไกด์สั้นๆ แบบคนไปไหว้จริง ใช้เป็นโพยก่อนเข้าศาลได้เลย (เน้นตั้งใจและมารยาทมากกว่าท่องเป๊ะนะ) 1) ก่อนเริ่มไหว้: เตรียมใจและของไหว้แบบง่ายๆ ของไหว้ยอดฮิตคือผลไม้ น้ำชา ดอกไม้ และธูปตามที่ศาลกำหนด จุดที่เป็น “ศาลเล็กๆ ไหว้ฟ้าดิน” ส่วนมากจะมีป้ายบอกชัดเจนให้ใช้ธูป 5 ดอก (เหมือนบอกกล่าวฟ้าดินก่อนเข้ามาขอพร) แนะนำให้แต่งกายสุภาพ พูดเบาๆ และปิดเสียงโทรศัพท์ เพราะบรรยากาศข้างในค่อนข้างสงบ 2) โพยคำอธิษฐาน (ใช้แทนการท่องยาวๆ) เวลายกมือไหว้ เราชอบใช้สูตรนี้เพราะกระชับและชัดเจน: - แนะนำตัว: ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ที่อยู่/ที่ทำงาน (เท่าที่สะดวก) - บอกจุดประสงค์: ขอเรื่องงาน การเรียน การค้า การเดินทาง หรือเรื่องครอบครัว - บอก “สิ่งที่จะทำตอบแทน”: เช่น ตั้งใจทำงานดีขึ้น ทำบุญ/ช่วยเหลือผู้อื่น (อย่าบนเกินกำลัง) - ปิดท้ายด้วยคำขอบคุณ 3) บทสวด/คำบูชาเจ้าแม่ทับทิม (แบบไทยอ่านง่าย) ในศาลหลายแห่งจะมี “คาถาบูชาเจ้าแม่ทับทิม” ติดไว้ให้ดู เราแนะนำให้ยึดตามป้ายของศาลเป็นหลัก แต่ถ้าอยากมีคำบูชาสั้นๆ ไว้ตั้งต้น ลองใช้แบบนี้: “ข้าพเจ้า (ชื่อ-นามสกุล) ขอถวายเครื่องสักการะแด่องค์เจ้าแม่ทับทิม เทียนโหวเซี้ยบ้อ ขอพระองค์โปรดเมตตาคุ้มครอง ให้การงาน/การค้า/การเรียนราบรื่น เดินทางปลอดภัย แคล้วคลาดจากเคราะห์ภัยทั้งปวง และขอให้มีสติปัญญา พบทางออกที่ดีด้วยเทอญ” ทริคของเรา: พูดช้าๆ ให้ชัดในใจ ไม่ต้องรีบ และขอเป็นข้อๆ จะรู้สึก “สื่อสาร” ได้มากกว่า 4) ถ้าขอพรเฉพาะทาง ควรไหว้องค์ไหนเพิ่ม? - ขอความก้าวหน้า งานราชการ สอบ แข่งขัน: เพิ่มไหว้กวนอู (กวงเสียที่กุง) - ขอเรื่องบุตร ตั้งครรภ์ คลอดปลอดภัย: เพิ่มไหว้เจ้าแม่ประทานบุตร (จูแซเนี้ย) - ขอเสริมดวง ปัดเป่าเคราะห์ โชคลาภ: เพิ่มไหว้เทพมังกรเขียว (ชิงหลงเหล่าเหยีย) - ขอเรื่องค้าขาย โชคลาภ เรื่องทั่วไปในชีวิต: เพิ่มไหว้แป๊ะกง (ฮกเต็กแป๊ะกง) 5) มารยาทเล็กๆ ที่ทำให้ไหว้แล้วสบายใจ - จุดธูปตามจำนวนที่กำหนด (จุดไหว้ฟ้าดิน 5 ดอกตามป้าย) - ไม่ชี้นิ้วไปที่องค์เทพ/เทวรูป และหลีกเลี่ยงยืนบังคนอื่น - ไหว้ทวารบาล (เหมิ่นสิน) ด้วยความเคารพก่อนเข้า-ออก ช่วยให้รู้สึกเหมือนฝากตัวกับสถานที่ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง “ไหว้ที่เดียวครบ” เพราะมีทั้งจุดฟ้าดิน องค์เจ้าแม่ องค์เสริมด้านงาน/ลูก/ดวง/โชค และเจ้าที่ ทำให้ตั้งใจขอพรได้เป็นระบบมากขึ้น ใครลองสวด/ขอแบบไหนแล้วปัง กลับมาแชร์กันได้นะ