🔥 ภูเก็ตลุยทวงคืนหาดบางเทา! รื้อสิ่งปลูกสร้างรุกที่สาธารณะกว่า 5 ไร่ พบร้าน-สิ่งปลูกสร้าง 16 แห่งผิดกฎหมาย
.
ภูเก็ต, 29 เม.ย.69 - จังหวัดภูเก็ตเปิดปฏิบัติการกวาดล้างการบุกรุกที่ดินสาธารณะบริเวณหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง หลังพบกลุ่มนายทุนเข้าครอบครองพื้นที่ชายหาดกว่า 5 ไร่ ซึ่งเป็นที่สาธารณะตามกฎหมาย พร้อมกั้นพื้นที่เก็บค่าบริการและปล่อยเช่าทำร้านอาหารและสิ่งปลูกสร้างรวมกว่า 16 แห่ง
.
การปฏิบัติการครั ้งนี้ นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต บูรณาการร่วมกับอำเภอถลาง อบต.เชิงทะเล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ บันทึกหลักฐาน และตรวจยึดคืนพื้นที่ พร้อมเตรียมออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ระบุว่า การดำเนินการเป็นไปตามนโยบายจัดระเบียบชายหาด เน้นความโปร่งใส และป้องกันการแสวงหาผลประโยชน์จากที่สาธารณะ โดยจะขยายผลตรวจสอบพื้นที่อื่นต่อเนื่อง เพื่อทวงคืนชายหาดให้เป็นของส่วนรวม และยกระดับการจัดการทรัพยากรให้ยั่งยืน พร้อมดำเนินคดีผู้บุกรุกอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
ถ้าได้ไปเที่ยวภูเก็ตคงพอทราบว่าหาดบางเทาเป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมอย่างมากจากนักท่องเที่ยว แต่ช่วงหลังๆ มีปัญหาการบุกรุกที่ดินสาธารณะโดยกลุ่มนายทุนที่เข้าครอบครองและปล่อยเช่าที่สร้างร้านอาหารและสิ่งปลูกสร้างหลายแห่ง ทำให้พื้นที่ชายหาดลดลงและส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชนทั่วไป จากประสบการณ์ผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสนับสนุนการอนุรักษ์ พบว่าการถูกบุกรุกที่ดินสาธารณะเช่นนี้เป็นปัญหาที่หลายพื้นที่ในประเทศไทยต้องเผชิญ การดำเนินการของจังหวัดภูเก็ตในครั้งนี้จึงถือเป็นแนวทางที่ดีมาก เพราะไม่เพียงแต่ช่วยทวงคืนพื้นที่สาธารณะให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายรวม 16 แห่งที่ครอบครองพื้นที่กว่า 5 ไร่ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าไม่อนุญาตให้มีการแสวงหาผลประโยชน์จากพื้นที่สาธารณะอย่างผิดกฎหมาย นอกจากนี้การบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งอำเภอ องค์การบริหารส่วนตำบล และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นยังช่วยเสริมความเข้มแข็งในการปฏิบัติงานและการติดตามผล อย่างไรก็ตามการจัดระเบียบชายหาดนั้นต้องคำนึงถึงการจัดการที่โปร่งใสและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม มีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลการดำเนินงาน รวมถึงขั้นตอนการฟื้นฟูพื้นที่ให้เกิดความสมบูรณ์ นอกจากจะเป็นการรักษาคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในเชิงนิเวศน์และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว หากนักท่องเที่ยวและชุมชนมีความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดร่วมกันอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยลดปัญหาการบุกรุกและการลักลอบสร้างสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
