แม่ค้าขายของหาดสุรินทร์ จ.ภูเก็ต ร่ำให้ โผกอดนายกช่วยแก้ปัญหาที่ทำกิน

วันนี้ ( 10 พ.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามการแก้ปัญหาการบุกรุกที่ป่าไม้ บริเวณ หาดบางเทา อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

เมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึง บริเวณหาดบางเทา ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจยึดไว้ ได้มีพ่อค้าแม่ค้าบริเวณหาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกับหาดเบางเทา ได้ถือป้ายพร้อมมารอพบนายกรัฐมนตรี พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาเรื่องของการทำมาหากิน เนื่องจากถูกรื้อร้านค้า ซึ่งในจุดนี้ ได้มีแม้ค้ารายหนึ่งโผเข้ากอดนายกรัฐมนตรี พร้อมร้องห่มร้องให้ขอให้นายกช่วยเหลือเรื่องที่ทำกิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับป้ายข้อความที่มีการเขียนและส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมรับปากจะดูแลให้

#ข่าวภูเก็ต #ข่าวtiktok #ภูเก็ต #รุกชายหาด #หาดบางเทา

5/10 แก้ไขเป็น

... อ่านเพิ่มเติมการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และชายหาดเพื่อทำร้านค้าหรือกิจการนับเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในหลายพื้นที่ รวมถึงหาดบางเทาและหาดสุรินทร์ในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ จากประสบการณ์ที่ได้พูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าและชาวบ้านบริเวณหาดสุรินทร์ พบว่าส่วนใหญ่เดือดร้อนใจมากหลังจากที่ทางการเข้ามาจัดระเบียบและรื้อถอนร้านค้าเพื่อรักษาความสง่างามของชายหาดและป้องกันการบุกรุกที่ดินสาธารณะ ชาวบ้านหลายคนยอมรับว่าเข้าใจในความจำเป็นของมาตรการเหล่านี้ แต่ก็มองว่าไม่มีทางเลือกในการทำมาหากินอื่นแทน ร้านค้าบางแห่งอยู่มานานและเป็นรายได้หลักของครอบครัว การได้เห็นนายกรัฐมนตรีลงพื้นที่และรับฟังปัญหาของชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ส่งผลให้เกิดความหวังว่าจะมีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหาแนวทางร่วมกันเพื่อไม่ให้กระทบต่อวิถีชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าอย่างหนักจนเกินไป เช่น การจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม การส่งเสริมอาชีพอื่นๆ รวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับผู้ที่เคยมาเยือนภูเก็ตและได้แวะหาดบางเทาหรือหาดสุรินทร์ ก็คงจะเห็นภาพความคึกคักของร้านค้าและผู้คนที่ทำมาหากิน เรียกได้ว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดระเบียบเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของชุมชนท้องถิ่นด้วย ดังนั้นการแก้ไขปัญหาการรุกชายหาดอย่างยั่งยืน ต้องการความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และชุมชน เพื่อหาทางออกร่วมกันที่ทั้งรักษาสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนชีวิตความเป็นอยู่ของคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน