Automatically translated.View original post

With chopsticks.🍜🍜

3/15 Edited to

... Read moreถ้าใครกำลังคิดว่า “ตะเกียบแบบไหนดี” โดยเฉพาะสายพ่อค้าแม่ค้าหรือคนทำอาหารขาย เรื่องนี้ช่วยลดต้นทุนได้จริงค่ะ เราเคยลองหลายแบบแล้ว สุดท้ายมักกลับมาที่ “ตะเกียบไม้ไผ่” เพราะหาง่าย ราคาต่อคู่ค่อนข้างคุ้ม และเหมาะกับงานเสิร์ฟ/เดลิเวอรีมาก วิธีที่เราใช้เลือกตะเกียบไม้ให้คุ้มและปลอดภัย (เวลาเห็นขายเป็นแพ็กใหญ่ เช่น 1,000 คู่ จะได้ไม่พลาด) 1) ดูผิวและเสี้ยน: ตะเกียบที่ดีควรผิวเรียบ ไม่สาก ไม่เป็นเสี้ยน เพราะเสี้ยนอาจทิ่มปากหรือมือ และทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่ดีตอนทาน 2) กลิ่นของไม้: เปิดแพ็กแล้วดมเบาๆ ถ้ามีกลิ่นฉุน/กลิ่นสารเคมีแรงๆ เราจะเลี่ยงทันที แบบไม้ไผ่คุณภาพดีจะมีกลิ่นไม้ธรรมชาติอ่อนๆ 3) ความสม่ำเสมอของขนาด: ในแพ็กใหญ่ควรใกล้เคียงกัน ไม่บิดงอ ไม่บางหนาไม่เท่ากัน เพราะมีผลกับการคีบอาหาร โดยเฉพาะเมนูเส้น 4) ความสะอาดและการแพ็ก: เลือกที่แพ็กปิดมิดชิด ดูสะอาด ไม่อับชื้น ถ้าเป็นแบบแยกซองจะสะดวกและดูปลอดภัยสำหรับร้านมากขึ้น 5) การใช้งานจริง: ถ้าเมนูมีของลื่นๆ (เส้น/หมูฉีก/ไก่ฉีก) เราชอบแบบปลายมีเหลี่ยมหรือมีรอยเล็กน้อย จะคีบติดกว่าปลายที่ลื่นเกินไป ทริค “จับตะเกียบแบบจีน” ให้คีบง่ายขึ้น (มือใหม่ทำตามได้) - ตะเกียบล่าง: วางพาดที่โคนหัวแม่มือกับข้อของนิ้วนาง แล้ว “ล็อกให้อยู่กับที่” อันนี้ไม่ต้องขยับ - ตะเกียบบน: ใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลางจับเหมือนจับปากกา แล้วขยับเฉพาะอันบนขึ้น-ลง - ระยะปลายตะเกียบ: ให้ปลายเสมอกัน และเว้นระยะห่างปลายแค่นิดเดียวตอนคีบ จะคุมได้ง่ายกว่า - ฝึกด้วยของชิ้นใหญ่ก่อน: เราเริ่มจากคีบผัก/ลูกชิ้น แล้วค่อยไปของเล็กอย่างถั่วหรือเส้น จะเห็นพัฒนาการไวมาก อีกอย่างที่ชอบในตะเกียบไม้ไผ่คือเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าพลาสติก (อย่างน้อยก็เป็นวัสดุจากธรรมชาติ) แต่ก็แนะนำให้ทิ้งให้ถูกวิธี และถ้าใช้ในร้าน ลองคำนวณ “ต้นทุนต่อคู่” จากจำนวน 1,000 คู่ไว้เลย จะตั้งราคาหรือคุมต้นทุนได้แม่นขึ้นค่ะ