I didn't pass the February exam...
When I saw the announcement of the list and didn't find my name, it wasn't anything... When I saw the score, my heart was silent for a while, not because I didn't know "what to do next."
But because trying for a long time until getting tired
I've been taking exams since before I had kids.
Until today, you're seven.
Along the way, there is hope, fatigue and fear of not being enough.
But today I no longer view "no pass" as a failure.
It's the lesson of "being happy."
Because I'm starting to see myself in a new angle.
A more gentle angle to yourself.
Every time I don't pass, I don't lose...
Just still on the way of people who "don't give up."
Hashtags:
# Exam # Civil servant life # Inspiration # Keep fighting # Growing from mistakes
จากคะแนนสอบภาษาอังกฤษ 26.00 ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ 30 คะแนน สิ่งที่ฉันเรียนรู้คือการยอมรับความผิดหวังเป็นเรื่องปกติและจำเป็นสำหรับพัฒนาตัวเอง ฉันพบว่าการเตรียมตัวสอบ ก.พ. ไม่ใช่แค่เรื่องของความรู้ แต่ยังเป็นเรื่องของใจและการจัดการความเครียดด้วย หากคุณกำลังเผชิญกับคะแนนสอบที่ไม่เป็นไปตามคาด หรือแม้แต่คะแนนภาษาอังกฤษที่ต่ำกว่าเกณฑ์ สิ่งสำคัญคือไม่ท้อและอย่าปล่อยให้ความล้มเหลวนิ่งนิ่งใจคุณ การทำความเข้าใจจุดอ่อน เช่น ทักษะวิเคราะห์ภาษา หรือการตีความภาษาอังกฤษ จะช่วยให้ปรับปรุงการเตรียมตัวในครั้งต่อไปได้ตรงจุด สำหรับผู้ที่มีครอบครัวหรือภาระหน้าที่อื่นอย่างฉัน การแบ่งเวลาฝึกฝนให้เหมาะสมและมีวินัยเป็นกุญแจสำคัญ ไม่ว่าจะเริ่มเตรียมตัวก่อนมีลูกหรือหลังมีลูก ก็สามารถสร้างพัฒนาการได้ตามความสามารถของแต่ละคน ฉันยังเรียนรู้ว่าไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบในการสอบครั้งแรก หรือครั้งที่สอง เพราะแต่ละรอบคือบทเรียนที่ช่วยให้เราเติบโตและมีความอ่อนโยนต่อตัวเองมากขึ้น ฉันมองว่า "การไม่ผ่าน" ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางสู่ความสำเร็จอย่างแท้จริง ท้ายที่สุด อยากให้ทุกคนที่สู้กับการสอบ ก.พ. รู้ไว้ว่า ความล้มเหลวเป็นธรรมดา และใจที่ไม่ท้อถอย คือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเดินหน้าต่อไป
